KBank x Techsauce: 4 ผู้นำโลกแนะทักษะที่ AI แทนไม่ได้
Anoop Sagoo, Sarvesh Suri, Jan Metzger และ Azar Koulibaly ร่วมแชร์มุมมองบนเวที KBank x Techsauce ชี้ AI ต้องมีมนุษย์กำกับและรู้เท่าทัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เวที KBank x Techsauce ชูประเด็น Responsible AI จาก 4 ผู้นำธุรกิจโลก
- AI มีต้นทุนพลังงานและน้ำสูง จึงต้องเลือกใช้ให้ตรงเป้าหมาย
- โลกยุคใหม่ต้องการความใฝ่รู้และวิจารณญาณ ไม่ใช่แค่ใช้เทคโนโลยีคล่อง
- AI literacy คือการเข้าใจวิธีทำงานและรู้ว่าเมื่อใดควรให้มนุษย์ตัดสินใจ
ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังพัฒนาขีดความสามารถขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน จนเกิดคำถามสำคัญตามมาว่ามนุษย์เรากำลังนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในจุดที่เหมาะสมจริงหรือไม่ สัญญาณเตือนนี้ถูกหยิบยกมาอภิปรายอย่างเข้มข้นบนเวที KBank x Techsauce: EMPOWER THE FUTURE ECONOMY ผ่านมุมมองของผู้นำธุรกิจระดับโลก 4 ท่าน ได้แก่ Anoop Sagoo, Sarvesh Suri, Jan Metzger และ Azar Koulibaly ซึ่งร่วมกันถอดรหัสอนาคตการทำงานท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
ประเด็นแรกที่ผู้บริหารระดับสูงทั้งสี่ท่านเน้นย้ำคือเบื้องหลังการประมวลผลของ AI นั้นมาพร้อมกับต้นทุนมหาศาล ทั้งการใช้พลังงานไฟฟ้าและปริมาณน้ำหล่อเย็นระบบเซิร์ฟเวอร์ ด้วยเหตุนี้ องค์กรไม่ควรมองว่า AI เป็นเครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่จะนำมาใช้กับทุกเรื่องอย่างไร้ขีดจำกัด แต่ต้องปฏิบัติกับเทคโนโลยีนี้เสมือนทรัพยากรที่มีจำกัด ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาความเหมาะสมของข้อมูล ระดับความซับซ้อน และต้นทุนในแต่ละกระบวนการอย่างรอบคอบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความท้าทายในโลกธุรกิจที่หมุนไปอย่างรวดเร็วไม่ได้เรียกร้องเพียงพนักงานที่พิมพ์คำสั่งหรือใช้งานโปรแกรมเก่งเท่านั้น แต่โครงสร้างองค์กรและบุคลากรจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นสูง มีความใฝ่รู้ตลอดเวลา พร้อมรับมือกับโจทย์ปัญหาใหม่ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตลอดจนมีความเห็นอกเห็นใจผู้อำนวยความสะดวกและผู้ร่วมงาน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของเครื่องจักรและคุณค่าความเป็นมนุษย์
การที่เราต้องตระหนักถึงต้นทุนด้านพลังงานของ AI สะท้อนให้เห็นว่าความตื่นตัวเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) และเทคโนโลยีต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน การใช้โมเดลขนาดใหญ่พร่ำเพรื่อโดยไม่ประเมินความคุ้มค่าไม่เพียงสร้างภาระทางการเงิน แต่ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง การที่ผู้นำระดับโลกออกมาเน้นย้ำเรื่องนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญว่ายุคของการใช้ AI แบบไร้ทิศทางกำลังจะสิ้นสุดลง
แนวคิดเรื่อง AI literacy หรือการรู้เท่าทันปัญญาประดิษฐ์ จึงก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นแค่ผู้ใช้งานที่ป้อน prompt เพื่อสั่งงาน AI ไปไกลมาก ผู้ใช้งานและองค์กรยุคใหม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจกลไกเบื้องหลังการทำงานของอัลกอริทึม รู้ว่าควรหยิบเทคโนโลยีมาใช้เมื่อใด และที่สำคัญที่สุดคือต้องกล้าตัดสินใจหยุดใช้เมื่อสถานการณ์ไม่เหมาะสม
ท้ายที่สุดแล้ว หัวใจสำคัญของการสร้าง AI ที่มีความน่าเชื่อถือและตอบสนองความต้องการของมนุษย์อย่างแท้จริง คือแนวคิด Human-in-the-loop ซึ่งหมายความว่าต้องมีมนุษย์ผู้มีความรู้จริงและมีวิจารณญาณคอยกำกับดูแลอยู่ในทุกวงจรการตัดสินใจสำคัญ เพื่อป้องกันความผิดพลาดและรักษาจริยธรรมในการนำเทคโนโลยีไปปรับใช้
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น