เงินลงทุนสตาร์ทอัพท่องเที่ยว Q3 2026 ร่วงต่อเนื่อง
เงินลงทุน VC ในธุรกิจท่องเที่ยวไตรมาส 3 ปี 2026 ลดลงเหลือ 57 ดีล ขณะที่รอบระดมทุนของบริษัท AI-native ดิ่งลงครึ่งหนึ่งตามข้อมูลจาก Skift

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เงินลงทุน VC ท่องเที่ยว Q3 2026 ลดลงเหลือ 57 ดีล จาก 75 ดีลใน Q2
- รอบระดมทุนบริษัท AI-native ดิ่งลงเหลือ 12 ดีล จาก 25 ดีลในไตรมาสก่อน
- หากไม่รวมดีลยักษ์ 1 พันล้านดอลลาร์ของ Adani Airports เม็ดเงินรวมลดลง 25% จาก Q2
- บริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่หันใช้วิธีซื้อกิจการแทนการลงทุน เช่น Expedia ซื้อ Layla
ตลาดเงินลงทุนร่วมลงทุน (Venture Capital) และไพรเวทเอควิตี้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเผชิญภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 โดยตัวเลขจาก Skift Venture Capital and Private Equity Tracker ระบุว่าจำนวนรอบการระดมทุนลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน สะท้อนถึงทิศทางการจัดสรรเงินทุนที่เปลี่ยนไปในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์และสตาร์ทอัพ
จากการเก็บข้อมูลของ Skift พบว่าภาพรวมการระดมทุนในไตรมาส 3 มีการบันทึกไว้เพียง 57 รอบ ลดลงจาก 75 รอบในไตรมาสที่ 2 และลดลงอย่างมากจาก 110 รอบในไตรมาสที่ 1 ของปีเดียวกัน ขณะที่บริษัทสตาร์ทอัพสาย AI-native หรือบริษัทที่สร้างนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เป็นแกนหลักก็ได้รับผลกระทบจากภาวะการชะลอตัวนี้เช่นกัน โดยมีจำนวนรอบการระดมทุนลดลงเหลือ 12 รอบเท่านั้นในไตรมาสนี้
สัดส่วนของบริษัท AI-native เมื่อเทียบกับรอบการระดมทุนทั้งหมดในตลาดลดลงเหลือ 21% หรือคิดเป็น 12 จาก 57 ดีล ลดลงจากระดับ 33% หรือ 25 จาก 75 ดีลในไตรมาสที่ 2 แม้ว่าตัวเลขการลงทุนรวมทั้งหมดในไตรมาส 3 จะพุ่งสูงถึง 1.38 พันล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขดังกล่าวถูกขับเคลื่อนด้วยเงินลงทุนขนาดใหญ่มหึมาถึง 1 พันล้านดอลลาร์สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ Adani Airports เพียงดีลเดียว
หากตัดดีลยักษ์ใหญ่ของ Adani Airports ออกไป เม็ดเงินลงทุนที่เหลือในไตรมาส 3 จะลดลงถึง 25% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 และลดลงมากถึง 72% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสภาพคล่องและการปล่อยเงินก้อนใหม่จากนักลงทุนกำลังหดตัวลงอย่างรวดเร็ว
การชะลอตัวของเงินลงทุนในสตาร์ทอัพท่องเที่ยวควบคู่กับการพุ่งเป้าไปที่การควบรวมกิจการ (M&A) สะท้อนว่านักลงทุนและบริษัทรายใหญ่อาจกำลังระมัดระวังความเสี่ยงจากเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาดิสรัปต์ตลาด โดยบริษัทใหญ่เลือกที่จะซื้อเทคโนโลยีและทีมงานที่สำเร็จรูปแล้วผ่านการเข้าซื้อกิจการ (เช่น กรณี Expedia ซื้อ Layla) แทนที่จะแบกรับความเสี่ยงในการลงทุนรอบใหม่กับสตาร์ทอัพหน้าใหม่
เซธ บอร์โก (Seth Borko) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Skift อธิบายว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบของ AI อาจทำให้นักลงทุนสายการเงินชะลอการให้ทุนแก่ธุรกิจที่ไม่ใช่ AI-native ขณะเดียวกันความกังวลเหล่านี้ยังเป็นแรงผลักดันให้เกิดการควบรวมกิจการในตลาดท่องเที่ยวอีกด้วย
กระแสการซื้อกิจการนี้เห็นได้ชัดจากดีลสำคัญในตลาด เช่น การที่ Expedia เข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์มวางแผนท่องเที่ยวด้วย AI อย่าง Layla, Navan ซื้อ BoomPop, Engine ซื้อ Options Travel และ WeTravel เข้าซื้อ Tourwriter นอกจากนี้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยังเลือกคืนเงินทุนมูลค่ารวมถึง 22.1 พันล้านดอลลาร์ให้กับผู้ถือหุ้น เพื่อรับมือกับแรงกดดันทางธุรกิจและความกังวลเรื่องการถูกดิสรัปต์
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น