อนุทิน แจงเยียวยาน้ำท่วมล่าช้า ยันไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ชี้แจงในรายการ คุยกับ ครม.อนุทิน เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2569 ถึงสาเหตุการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมที่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติ พร้อมยืนยันสถานการณ์พลังงานและสต็อกน้ำมันในประเทศยังมีปริมาณเพียงพอ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ อนุทิน แจงเยียวยาน้ำท่วมบางเคสล่าช้าเพราะต้องตรวจสอบคุณสมบัติ
- ยืนยันหากเอกสารและข้อมูลครบถ้วนจะสามารถจ่ายเงินเยียวยาได้ทันที
- การันตีไทยมีน้ำมันในสต็อกและปริมาณนำเข้าเพียงพอ ท่ามกลางราคาผันผวน
- รัฐบาลหนุนประชาชนติดโซลาร์รูฟท็อปขายไฟคืนรัฐเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงประเด็นการดำเนินงานของรัฐบาลผ่านรายการโทรทัศน์ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 โดยประเด็นแรกได้ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่อาจมีความล่าช้าในบางกรณี ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่าเป็นเพราะขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างรอบคอบ
แม้จะมีกระบวนการตรวจสอบที่รัดกุมเพื่อความโปร่งใส แต่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำความชัดเจนว่า หากผู้ยื่นคำร้องมีข้อมูลและคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข ทางภาครัฐจะสามารถดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาให้ได้อย่างรวดเร็วทันที ไม่มีขั้นตอนที่ซับซ้อนเกินความจำเป็น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การบริหารจัดการเงินเยียวยาน้ำท่วมมักเผชิญความท้าทายเรื่องความสมดุลระหว่างความรวดเร็วในการช่วยเหลือกับความถูกต้องแม่นยำในการตรวจสอบสิทธิ์ เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนและการใช้งบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของทุกรัฐบาลในการจัดการภัยพิบัติ
ในส่วนของสถานการณ์ด้านพลังงานและความมั่นคงของประเทศ นายอนุทินได้กล่าวถึงความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อยู่เหนือการควบคุมของรัฐบาล แต่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าประเทศไทยยังคงมีปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้ามากลั่นและใช้ภายในประเทศในระดับที่เพียงพอ
นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันภายในประเทศยังมีมากจนต้องบริหารจัดการสต็อกอย่างรวดเร็ว รวมถึงการพิจารณาแนวทางการส่งออกน้ำมันส่วนเกิน เนื่องจากประชาชนได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการประหยัดพลังงานและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เชื้อเพลิงในชีวิตประจำวัน
รัฐบาลยังมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาดและพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ผ่านมาตรการสนับสนุนสินเชื่อพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านระบบพลังงาน พร้อมทั้งส่งเสริมโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์รูฟท็อปตามบ้านเรือน ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบจำหน่ายของรัฐเพื่อสร้างรายได้เสริมในระยะยาว
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น