รักบี้หญิงอังกฤษพ่ายแคนาดา 2 เกมติด ยุติสถิติไร้พ่าย 41 นัด
ทีมรักบี้หญิงอังกฤษหรือ Red Roses พ่ายแคนาดา 0-2 ซีรีส์ ยุติสถิติชนะรวด 39 นัดและไม่แพ้ใคร 41 นัด ขณะที่ John Mitchell เตือนผลกระทบจากผู้เล่นต่างชาติใน PWR

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ทีมรักบี้หญิงอังกฤษพ่ายแคนาดา 2 เกมรวดในซีรีส์ ช็อกวงการรักบี้โลก
- ยุติสถิติชนะรวด 39 นัดและไม่แพ้ใครติดต่อกันนานเกือบ 4 ปีเต็ม
- แคนาดาโชว์ฟอร์มแกร่งหลังเคยแพ้ในรอบชิงชนะเลิศเวิลด์คัพ
- John Mitchell เตือนเรื่องโควตานักกีฬาต่างชาติในลีก PWR ของอังกฤษ
ก่อนที่ซีรีส์การแข่งขัน 3 นัดระหว่างทีมรักบี้หญิงทีมชาติอังกฤษ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Red Roses กับทีมชาติแคนาดาจะเริ่มขึ้น น้อยคนนักที่จะคาดคิดถึงบทสรุปอันน่าตกใจนี้ เมื่ออังกฤษต้องพ่ายแพ้ไป 2 เกมรวด ส่งผลให้สถิติชนะรวด 39 นัดและไม่แพ้ใครติดต่อกันยาวนานเกือบ 4 ปีต้องปิดฉากลง รวมถึงเป็นการแพ้ติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา
ย้อนกลับไปในช่วง 13 เดือนที่ผ่านมา ทีมชาติแคนาดาได้พัฒนาฟอร์มการเล่นอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่เคยพ่ายแพ้ต่ออังกฤษ 13-33 ในรอบชิงชนะเลิศเวิลด์คัพ สู่ชัยชนะอันทรงพลัง 31-22 ที่เมืองออตตาวา และเมื่อมองไปข้างหน้าอีก 3 ปีสู่การแข่งขันเวิลด์คัพ 2029 พวกเขาได้ประกาศศักดาความพร้อมในการลุ้นแชมป์โลกอย่างเต็มตัวแล้ว
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าทัพนักรักบี้สาวอังกฤษไม่ได้ไร้เทียมทานอีกต่อไป ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่สร้างความฮึกเหิมให้กับทั้งนิวซีแลนด์และฝรั่งเศส เนื่องจากทั้งสองชาติต่างเคยเอาชนะแคนาดามาแล้วในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยหลังความพ่ายแพ้ เม็ก โจนส์ กัปตันทีมชาติอังกฤษ ออกมาแสดงจุดยืนที่เข้มแข็งและพร้อมสู้ต่อเป็นครั้งที่สองในรอบแปดวัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การยุติสถิติไร้พ่ายยาวนานเกือบ 4 ปีของอังกฤษสะท้อนให้เห็นว่าช่องว่างระหว่างทีมแชมป์โลกกับชาติผู้ท้าชิงเริ่มแคบลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะแคนาดาที่แม้จะไม่มีลีกอาชีพภายในประเทศ แต่นักกีฬาหลายคนเข้ามาเล่นในลีก PWR ของอังกฤษจนยกระดับฝีมือขึ้นมาได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่สมาคมรักบี้อังกฤษต้องหาทางสมดุลระหว่างการพัฒนาลีกภายในและการรักษาความแข็งแกร่งของทีมชาติ
แม้ผลงานในระยะหลังจะสร้างความกังวล แต่หากมองในมุมประวัติศาสตร์ นี่เป็นเพียงความพ่ายแพ้ครั้งที่ 3 จากการลงสนาม 74 นัดเท่านั้น ในปี 2016 อังกฤษก็เคยเจอสถานการณ์คล้ายกันก่อนจะกลับมาคว้าแชมป์โลกสมัยที่สอง เข้าชิงชนะเลิศในปี 2017 และ 2022 รวมถึงคว้าแชมป์ซิกส์เนชันส์ได้ถึง 9 จาก 10 ครั้งหลังสุด อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการเล่นในซีรีส์นี้ชี้ให้เห็นจุดที่ต้องเร่งปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ทั้งเกมรุกที่ขาดความเฉียบคมและการเสีย 18 ทายจากการลงสนาม 5 นัดหลังสุดใน WXV
ในขณะเดียวกัน จอห์น มิตเชลล์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอังกฤษ ออกมาเตือนถึงประเด็นโควตานักกีฬาต่างชาติในลีก Premier 15s หรือ PWR โดยระบุว่าการมีผู้เล่นต่างชาติจำนวนมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อการพัฒนาผู้เล่นสายเลือดอังกฤษในอนาคต แม้ปัจจุบันลีกจะกำหนดให้มีผู้เล่นที่ผ่านเกณฑ์ทีมชาติอังกฤษอย่างน้อย 13 คนในแต่ละแมตช์เดย์ก็ตาม โดยมิตเชลล์ต้องดันผู้เล่นหน้าใหม่กว่าครึ่งโหลขึ้นมาเสริมทีมในปี 2026 นี้ เนื่องจากปัญหาการรีไทร์ของนักกีฬาตัวหลักและการบาดเจ็บสะสม
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น