Youtaro Sakamoto: ผลงานศิลปะ Schattenrequisit
โยทาโร ซากาโมโตะ สร้างสรรค์ Schattenrequisit: Column ผลงานศิลปะจัดวางคานเส้นด้ายเคลื่อนไหวด้วยเซ็นเซอร์ ตอบสนองการเคลื่อนไหวของผู้คนผ่านเงา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โยทาโร ซากาโมโตะ ศิลปินและนักวิจัยชาวญี่ปุ่น สร้างสรรค์ผลงานชื่อ Schattenrequisit: Column
- ประติมากรรมเสานี้ประกอบด้วยเส้นด้ายละเอียดเรียงตัวกันและขับเคลื่อนด้วยสเต็ปเปอร์มอเตอร์
- เซ็นเซอร์คลื่นมิลลิเมตรช่วยตรวจจับระยะใกล้ไกลของผู้เข้าชมเพื่อหมุนและปรับเปลี่ยนเงาบนผนัง
- แนวคิดได้แรงบันดาลใจจากคุณสมบัติกรองแสงของซึดาเระ ม่านระแนงไม้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น
ผลงานประติมากรรมชิ้นใหม่ล่าสุดจาก โยทาโร ซากาโมโตะ (Youtaro Sakamoto) ศิลปิน วิศวกร และนักวิจัยชาวญี่ปุ่น ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการศิลปะจัดวาง ด้วยผลงานที่มีชื่อว่า Schattenrequisit: Column ซึ่งเป็นการผสานระหว่างสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว เพื่อสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างถาวรของอาคาร การมีอยู่ของมนุษย์ และเงาที่ทอดตัวเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
แนวคิดเบื้องหลังผลงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการกรองแสงของซึดาเระ (sudare) ซึ่งเป็นม่านระแนงไม้ไผ่หรือไม้ระแนงแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น โดยตัวผลงานมองว่าวัสดุกายภาพและเงาที่ไม่มีตัวตนนั้นเป็นส่วนประกอบอันหนึ่งอันเดียวกันขององค์ประกอบทางประติมากรรม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
โครงสร้างหลักของชิ้นงานถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นเสาสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นจากเส้นด้ายเส้นเล็กจำนวนมากจัดเรียงตัวชิดกันอย่างประณีต ระบบภายในติดตั้งเซ็นเซอร์คลื่นมิลลิเมตร (millimeter-wave sensors) เพื่อคอยตรวจจับระยะความใกล้ของผู้ชมที่เดินผ่านไปมาในพื้นที่จัดแสดง
เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจพบการเคลื่อนไหว สเต็ปเปอร์มอเตอร์ (stepper motor) ที่พัฒนาขึ้นผ่านการออกแบบเชิงคำนวณและการทำต้นแบบทางกายภาพ จะทำหน้าที่หมุนและปรับเปลี่ยนชุดเส้นด้ายอย่างช้าๆ ทำให้ความหนาแน่นของการซ้อนทับกันของเส้นด้ายเปลี่ยนรูปไปเรื่อยๆ ส่งผลให้เงาดำที่ทอดลงบนผนังและพื้นรอบข้างเกิดการแปรเปลี่ยนรูปร่างอย่างต่อเนื่อง
การนำเทคโนโลยีเซ็นเซอร์และมอเตอร์มาผสานกับวัสดุเส้นด้ายนุ่มนวล ช่วยให้งานศิลปะชิ้นนี้ก้าวข้ามขอบเขตของประติมากรรมแบบเดิมที่หยุดนิ่งตายตัว โดยทำหน้าที่เสมือนกระจกเงาที่สะท้อนการไหลเวียนของผู้คนที่เดินผ่านไปมาในพื้นที่เมืองใหญ่ ซึ่งมีความพลุกพล่านและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เปรียบเสมือนลมหายใจของสถาปัตยกรรมที่ตอบสนองต่อสิ่งมีชีวิตรอบข้าง
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น