ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Anthropic เปิดตัว sandbox-runtime แซนด์บ็อกซ์ระดับ OS สำหรับ AI

Anthropic เปิดตัว sandbox-runtime โอเพนซอร์สระบบแซนด์บ็อกซ์ระดับ OS สำหรับ Claude Code โดยใช้ Seatbelt บน macOS และ bubblewrap บน Linux โดยไม่ต้องพึ่งคอนเทนเนอร์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
25 Oct 2026ที่มา: MarkTechPost2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Anthropic เปิดตัว sandbox-runtime แซนด์บ็อกซ์ระดับ OS สำหรับ AI

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Anthropic เปิดตัว sandbox-runtime (srt) แบบโอเพนซอร์ส
  • เป็นระบบแซนด์บ็อกซ์ระดับ OS ที่ใช้เบื้องหลัง Claude Code
  • จำกัดการเข้าถึงไฟล์และเครือข่ายสำหรับ AI agents, MCP servers และ CLI tools
  • ใช้ Seatbelt บน macOS และ bubblewrap บน Linux โดยไม่ต้องใช้คอนเทนเนอร์

Anthropic ได้เปิดตัวเครื่องมือใหม่ในชื่อ sandbox-runtime หรือที่เรียกย่อว่า srt ซึ่งเป็นระบบโอเพนซอร์สสำหรับการทำแซนด์บ็อกซ์ในระดับปฏิบัติการ หรือ OS-level sandbox โดยเครื่องมือนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นเบื้องหลังการทำงานของ Claude Code โดยเฉพาะ เพื่อช่วยยกระดับความปลอดภัยในการรันงานต่างๆ

หน้าที่หลักของ srt คือการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์และระบบเครือข่ายสำหรับคอมโพเนนต์ต่างๆ ที่มีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็น AI agents, MCP servers หรือแม้แต่เครื่องมือประเภท CLI tools เพื่อป้องกันไม่ให้โปรแกรมเหล่านี้เข้าถึงทรัพยากรระบบส่วนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

cybersecurity server terminal computer screen no logo

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การทำแซนด์บ็อกซ์ระดับ OS (OS-level sandboxing) แตกต่างจากการใช้คอนเทนเนอร์ทั่วไป (เช่น Docker) ตรงที่มันทำงานโดยอาศัยฟีเจอร์ความปลอดภัยที่มีอยู่แล้วในตัวระบบปฏิบัติการโดยตรง ทำให้การทำงานมีความรวดเร็วและใช้ทรัพยากรน้อยกว่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานกับ AI agents ที่ต้องรันคำสั่งหรือเขียนโค้ดแบบอัตโนมัติ ซึ่งความสามารถในการจำกัดขอบเขตการเข้าถึงไฟล์และเครือข่ายนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ AI จะเผลอรันคำสั่งที่เป็นอันตรายต่อระบบหลัก

ในด้านเทคโนโลยีเบื้องหลัง srt อาศัยเครื่องมือรักษาความปลอดภัยระดับระบบปฏิบัติการที่เชื่อถือได้ โดยเลือกใช้ Seatbelt เมื่อทำงานบนแพลตฟอร์ม macOS และใช้ bubblewrap เมื่อรันบนระบบปฏิบัติการ Linux

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของสถาปัตยกรรมนี้คือการทำงานทั้งหมดสามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีคอนเทนเนอร์ (no containers needed) ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการติดตั้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ที่มา: MarkTechPost

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้