พ.ต.อ.ทวี แนะแก้ไฟใต้คุยกันเองในไทย ไม่ต้องพึ่งมาเลย์
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ หนุนเจรจาสันติสุขชายแดนใต้ในประเทศ เลิกพึ่งมาเลเซีย ชูอัตลักษณ์มลายูเชื่อมโยงโลก ที่นราธิวาส

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เปิดงานแข่งฟุตบอลครู จชต. ครั้งที่ 7 ที่ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2569
- เสนอแนวทางแก้ไฟใต้โดยคนไทยคุยกันเอง ลดทิฐิ และไม่ต้องพึ่งมาเลเซียเป็นคนกลาง
- ชูอัตลักษณ์และภาษามลายูเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงกับโลกภายนอก
- เน้นการพัฒนาคุณภาพคน สิทธิอัตลักษณ์ และโครงสร้างทางเศรษฐกิจควบคู่ความมั่นคง
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 ณ สวนนราเปี่ยมสุข อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลหญ้าเทียมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 7 ประจำปี 2569 โดยมีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ พร้อมด้วยคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง
ในโอกาสนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวเปิดงานพร้อมทั้งแสดงวิสัยทัศน์และแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยครอบคลุมหลายมิติสำคัญ ทั้งในด้านกระบวนการสันติภาพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การคุ้มครองสิทธิอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ตลอดจนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในมิติด้านความมั่นคงและกระบวนการเจรจาสันติภาพ พ.ต.อ.ทวี ได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้ปัญหาความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบันว่า เป็นเพราะทุกฝ่ายยังขาดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน จนนำไปสู่การดึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียเข้ามามีบทบาทเป็นคนกลางในการเจรจา
"แม้แต่เรื่องการพูดคุยสันติภาพ พอเราเถียงกันมาก เราไม่ไว้ใจกัน เราก็ไปให้มาเลเซียเป็นคนกลาง จริง ๆ ถ้าเรารักสมานฉันท์กัน เรายอมกล้าที่จะลดทิฐิ ให้ทุกคนมีส่วนร่วม เราก็ไม่ต้องไปขอบคุณมาเลเซีย เราสามารถจัดกระบวนการพูดคุยหาทางออกร่วมกันได้เองภายในประเทศ"
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
นอกจากประเด็นเรื่องกระบวนการพูดคุยสันติภาพภายในประเทศแล้ว พ.ต.อ.ทวี ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของมิติด้านอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะภาษามลายู ซึ่งถือเป็นทุนทางสังคมที่ทรงคุณค่าและควรได้รับการส่งเสริมให้เป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงภูมิภาคชายแดนใต้เข้ากับประชาคมโลกได้อย่างภาคภูมิใจ
บริบทเพิ่มเติม: การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยมักเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างและประวัติศาสตร์ การที่ผู้นำทางการเมืองหยิบยกประเด็นการพูดคุยสันติภาพภายในประเทศโดยปราศจากการพึ่งพาตัวกลางจากต่างประเทศ มานำเสนอควบคู่กับการยกระดับสิทธิอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภาษามลายู สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการสร้างความไว้วางใจจากฐานรากและการยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งนักวิชาการมองว่าเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างเสถียรภาพระยะยาว แม้ในทางปฏิบัติจริงกระบวนการดังกล่าวจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องก็ตาม
การจัดงานแข่งขันกีฬาฟุตบอลในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมสุขภาพพลานามัยและสร้างความสามัคคีให้แก่บุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ยังเป็นเวทีพบปะพูดคุยที่สะท้อนถึงบรรยากาศการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาจากเสียงสะท้อนของคนในท้องถิ่นอีกด้วย
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น