ยูเครนเผยสัญญาณ Starlink กลับมาเสถียรและความเร็วพุ่ง
รัฐมนตรีกลาโหมยูเครนระบุสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink กลับมาใช้งานได้ปกติแล้ว หลังเคยถูกจำกัดความเร็วในการบินโดรน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ยูเครนยืนยันสัญญาณ Starlink กลับมาเสถียรและความเร็วพุ่งเกิน 400 กม./ชม.
- ปัญหาการจำกัดความเร็วโดรนที่ 161 กม./ชม. เกิดขึ้นท่ามกลางข้อพิพาทด้านการทูต
- กองทัพยูเครนต้องพึ่งพาดาวเทียมกว่า 10,000 ดวงในการปฏิบัติการแนวหน้า
- รัสเซียและยูเครนยังคงมีการโจมตีทางอากาศและโดรนอย่างต่อเนื่อง
กระทรวงกลาโหมยูเครนออกมายืนยันว่า เครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ของยูเครนกลับมามีสัญญาณที่เสถียรและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง หลังจากที่กองทัพต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านการเชื่อมต่อมาเป็นเวลาหลายวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อภารกิจสำคัญในพื้นที่แนวหน้าและการสื่อสารทางทหาร
ก่อนหน้านี้ เคียฟเคยออกมากล่าวหาว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้อีลอน มัสก์ ผู้บริหารของบริษัท จำกัดการใช้งานเครือข่ายดังกล่าว จนทำให้โดรนไม่สามารถเชื่อมต่อได้เมื่อบินด้วยความเร็วตั้งแต่ 161 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป แม้ว่าทางทรัมป์จะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ต่อมาได้ระบุว่ามัสก์ได้ทำการปลดล็อกระบบให้กลับมาเป็นเช่นเดิมแล้ว
เยฟเฮนี คมารา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยูเครน เปิดเผยว่า ปัจจุบันความเร็วบนเครือข่ายสามารถทำได้มากกว่า 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าขีดความสามารถเต็มรูปแบบได้ถูกฟื้นคืนกลับมาเรียบร้อย และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อภารกิจของทหาร แนวหน้า การควบคุมโดรน รวมถึงงานด้านโลจิสติกส์และการสื่อสาร
"ผลลัพธ์นี้มีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดสำหรับแนวหน้าของเรา สำหรับทหารของเรา สำหรับการปฏิบัติการของโดรน สำหรับโลจิสติกส์และการสื่อสาร"
เยฟเฮนี คมารา รัฐมนตรีกลาโหมยูเครน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความขัดแย้งเรื่อง Starlink นี้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการทูตระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เกี่ยวกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของรัสเซีย โดยเคียฟระบุว่าการโจมตีดังกล่าวมีความสำคัญต่อการตัดแหล่งรายได้หลักของมอสโกในการทำสงคราม ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ กังวลเรื่องผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกและขู่ว่าจะระงับการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองหากยูเครนไม่ยอมหยุดการโจมตี
เครือข่าย Starlink และระบบ Starshield ที่มีความปลอดภัยสูงกว่า กลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเทคโนโลยีสำหรับการทำสงครามสมัยใหม่ในยูเครน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินถูกทำลายเกือบหมด การที่ระบบดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) จำนวนมากถูกควบคุมหรือจำกัดการใช้งาน จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อยุทธวิธีทางทหารและการสั่งการแบบเรียลไทม์ การที่ระบบกลับมาใช้งานได้ปกติจึงสะท้อนถึงการเจรจาเบื้องหลังที่ดุเดือดระหว่างชาติพันธมิตร
ในขณะเดียวกัน สถานการณ์สู้รบภาคพื้นดินและทางอากาศยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงโดรนยูเครนตกถึง 616 ลำในหลายภูมิภาค รวมถึงไครเมีย ขณะที่ทางการยูเครนรายงานว่ารัสเซียใช้ระเบิดร่อนและโดรนพลีชีพโจมตีเป้าหมายต่างๆ อย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น