ข้ามไปเนื้อหาหลัก

AI จะเปิดโปงโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่เปราะบางหรือไม่

พอดแคสต์ Equity ของ TechCrunch ถกความเสี่ยงหลังพบช่องโหว่ PHP เก่าแก่นานหลายทศวรรษ พร้อมเตือนภัย AI อาจเร่งให้แฮกเกอร์เจาะระบบง่ายขึ้น

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
25 Oct 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
AI จะเปิดโปงโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่เปราะบางหรือไม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • พบช่องโหว่ร้ายแรงใน PHP ภาษาโปรแกรมมิ่งโอเพนซอร์สอายุหลายทศวรรษ
  • ผู้ดูแลเว็บไซต์ต้องรีบแพตช์ด่วนหรือปิดเว็บไซต์ชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
  • AI และ LLM ช่วยให้นักวิจัยและแฮกเกอร์ค้นพบช่องโหว่ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด คำถามสำคัญคือเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาช่วยเสริมความปลอดภัย หรือกลับกลายเป็นตัวการเปิดโปงความเปราะบางของระบบอินเทอร์เน็ตที่เราพึ่งพาอยู่กันแน่ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่พูดถึงในพอดแคสต์ Equity ของ TechCrunch เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2026 โดยมีผู้ดำเนินรายการอย่าง Anthony Ha, Kirsten Korosec และ Sean O’Kane ร่วมเจาะลึกถึงเหตุการณ์ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นจากช่องโหว่ของภาษาโปรแกรมมิ่ง PHP

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีการประกาศเตือนภัยช่องโหว่ในภาษาโอเพนซอร์ส PHP ที่ถูกใช้งานสร้างเว็บไซต์จำนวนมากทั่วโลก โดยเจ้าของเว็บไซต์ได้รับคำสั่งให้รีบอัปเดตแพตช์ทันที หรือหากยังไม่สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที ก็ควรปิดการใช้งานเว็บไซต์ชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น จนเกิดเป็นกระแสความตื่นตระหนกในแวดวงไอทีและ Cybersecurity

code screen programming laptop no logo

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

Sean O’Kane ได้เปรียบเทียบสถานการณ์นี้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการชำระสะสมบัญชีที่สะท้อนให้เห็นว่า โครงสร้างรากฐานที่ลึกที่สุดของอินเทอร์เน็ตนั้นมีความเปราะบางเพียงใด โดยระบุว่าโครงสร้างเหล่านี้มักถูกยึดโยงไว้ด้วยความหวังและกาวตราช้างเท่านั้น พร้อมทั้งเตือนว่าการเข้าถึงโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และ AI agents จะทำให้การค้นหาช่องโหว่กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับทุกคน

"When you really get down to the bone level of the internet, it is held together with glue and dreams."

Sean O’Kane

ในมุมมองของ Anthony Ha จุดที่น่าตกใจคือช่องโหว่นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ แต่เป็นจุดอ่อนที่แฝงตัวอยู่ในภาษา PHP มานานหลายทศวรรษโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่รวมถึง Wiz (ซึ่งปัจจุบัน Google เป็นเจ้าของ) ได้นำ LLM เข้ามาช่วยในการตรวจจับและหาช่องโหว่ดังกล่าว แม้ในภายหลังจะมีการแก้ไขข้อมูลว่าช่องโหว่นี้ถูกค้นพบโดยทีมนักวิจัยมนุษย์ที่เข้าร่วมโครงการ Hack the Planet ของ OpenAI และ Wiz แต่พวกเขาก็ใช้ AI เข้ามาช่วยในการหาทางโจมตีช่องโหว่นั้นเช่นกัน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การนำ AI และ LLM มาใช้ในการวิเคราะห์และค้นหาช่องโหว่ (Vulnerability Scanning) ถือเป็นดาบสองคมที่พลิกโฉมหน้าวงการความปลอดภัยทางไซเบอร์ ในอดีตการค้นหาข้อบกพร่องในซอฟต์แวร์ระดับรากฐานต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี แต่ด้วยความสามารถในการประมวลผลโค้ดมหาศาลของ AI ทำให้กระบวนการนี้ย่อส่วนเหลือเพียงไม่กี่วัน ฝั่งนักพัฒนารวมถึงบริษัทเทคโนโลยีจึงตกอยู่ในภาวะจำยอมที่ต้องเร่งเปิดเผยช่องโหว่และปล่อยแพตช์ออกพร้อมกัน แม้จะรู้ว่าการประกาศดังกล่าวจะกระตุ้นให้แฮกเกอร์รีบชิงโจมตีระบบที่ยังไม่ได้อัปเดตก็ตาม

ด้าน Kirsten Korosec ได้แสดงความกังวลว่าเหตุการณ์นี้อาจนำไปสู่ความตื่นตระหนกในระดับที่กว้างขึ้น เนื่องจากยังมีเจ้าของเว็บไซต์อีกเป็นจำนวนมากที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเว็บไซต์ของตนเองรันอยู่บนพื้นฐานของ PHP ซึ่งเป็นภาษาเก่าแก่อายุนับสิบปี และเมื่อพิจารณาถึงความเสี่ยงที่อาจลามไปถึงระบบธนาคาร รวมถึงประเด็นความเป็นส่วนตัวของข้อมูล จึงทำให้ปัญหาดูใหญ่เกินกว่าจะแก้ไขได้ทันทีในตอนนี้

ขณะที่ Matthew Prince ซีอีโอของ Cloudflare ได้โพสต์ข้อความระบุว่าพบการยกระดับความพยายามในการเจาะระบบผ่าน PHP2Shell พุ่งสูงขึ้นถึงหลายล้านครั้งอย่างรวดเร็ว หลังจากข่าวการค้นพบช่องโหว่ถูกเผยแพร่ออกไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันกันระหว่างฝั่งผู้ดูแลระบบที่พยายามอัปเดตแพตช์ กับฝั่งผู้ไม่หวังดีที่พยายามฉวยโอกาสจากช่องโหว่ดังกล่าว

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้