เจาะลึก The AI Graveyard: สุสานโปรเจกต์ปัญญาประดิษฐ์และสตาร์ตอัป
รวมโปรเจกต์ AI และสตาร์ตอัปที่ต้องปิดตัวหรือล้มเหลว เช่น Relay, Character.ai, Humane AI Pin และ Rabbit R1 สะท้อนบทเรียนสำคัญของวงการเทคโนโลยี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Relay สตาร์ตอัป AI อายุ 5 ปี ปิดตัวในเดือนสิงหาคมหลังถูกยักษ์ใหญ่ครองตลาด
- Character.ai ยื่นล้มละลายหลังเปิดตัวได้เพียง 5 ปี
- Humane AI Pin ปิดกิจการและขายทรัพย์สินให้ HP มูลค่า 116 ล้านดอลลาร์
วงการปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีนวัตกรรมจำนวนมากที่ไม่สามารถไปต่อได้ จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่าสุสาน AI (The AI graveyard) ซึ่งรวบรวมโปรเจกต์และสตาร์ตอัปที่ต้องปิดตัวลง ปรับเปลี่ยนทิศทาง หรือล้มเหลวไม่เป็นท่า เพื่อเป็นบทเรียนราคาแพงให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอนาคต
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Relay เครื่องมืออัตโนมัติเวิร์กโฟลว์ด้วย AI อายุ 5 ปี ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแข่งกับ Zapier แต่สุดท้ายต้องปิดตัวลงอย่างสิ้นเชิงในเดือนสิงหาคม เนื่องจากแพลตฟอร์มรายใหญ่อย่าง OpenAI และ Google ได้พัฒนาฟีเจอร์อัตโนมัติเหล่านี้ใส่ไว้ในเครื่องมือของตนเองโดยตรง ทำให้ Relay ขาดจุดยืนในฐานะผลิตภัณฑ์อิสระ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มแชตบอตชื่อดังอย่าง Character.ai ก็ได้ยื่นล้มละลายในเวลาไล่เลี่ยกันหลังจากเปิดตัวได้เพียง 5 ปีเท่านั้น
ไม่ใช่แค่สตาร์ตอัปภายนอกเท่านั้นที่ประสบปัญหา โครงการ AI ภายในบริษัทใหญ่ก็ล้มหายตายจากไปไม่น้อย ข้อมูลจาก S&P Global Market Intelligence ระบุว่าโครงการ AI ราว 42% ล้วนถูกบริษัทแม่สั่งล้มเลิกกลางคันด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น เงินทุนไม่เพียงพอ ความท้าทายทางเทคนิค การแข่งขันที่สูงเกินไป ความยากในการขยายสเกล หรือแม้แต่ความต้องการใช้งานจริงจากผู้ใช้ที่มีน้อยเกินไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ปรากฏการณ์สุสาน AI สะท้อนให้เห็นว่าความตื่นตัวในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป สตาร์ตอัปหลายแห่งมักพึ่งพานวัตกรรมชุดเดียว (Single-feature startups) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากเมื่อบริษัทเทคยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI หรือ Google ตัดสินใจพัฒนาฟีเจอร์ที่คล้ายคลึงกันและปล่อยให้ใช้งานฟรีบนฐานผู้ใช้มหาศาล บทเรียนสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนและยากแก่การเลียนแบบ
ในฝั่งของ OpenAI เองก็เคยประสบปัญหากับการทดลองฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น แพลตฟอร์มแชร์วิดีโอ Sora ที่ต้องปิดตัวลงในเดือนมีนาคม 2026 เนื่องจากแบกรับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงเกินไปและปัญหาการรักษาฐานผู้ใช้งาน ขณะที่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ล้ำยุคอย่าง Humane AI Pin ก็ล้มเหลวไม่แพ้กัน หลังจากระดมทุนได้ 230 ล้านดอลลาร์ แต่กลับพบปัญหาด้านประสิทธิภาพและความเสี่ยงเรื่องแบตเตอรี่ร้อนจนไฟลุก ทำให้ต้องปิดกิจการในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และขายทรัพย์สินส่วนใหญ่ให้แก่ HP ในมูลค่า 116 ล้านดอลลาร์
ทางด้าน Rabbit R1 อีกหนึ่งอุปกรณ์ AI ที่โด่งดังจากการเปิดตัวในงาน CES มกราคม 2024 และทำยอดขายได้ 100,000 เครื่องหลังเปิดตัว ก็หนีไม่พ้นเสียงวิจารณ์ว่าตัวเครื่องยังทำออกมาไม่เสร็จสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพที่ไม่น่าไว้วางใจ แม้ตัวบริษัทจะพยายามอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่องและเตรียมออกโปรเจกต์ฮาร์ดแวร์ใหม่ก็ตาม นอกจากนี้ยังมีกรณีของ Notion Mail ที่เตรียมปิดตัวในวันที่ 22 กันยายนนี้ เนื่องจากผู้ใช้งานหันไปใช้ AI agents แยกต่างหากในการจัดการอีเมลมากกว่า
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น