ไมเคิล คาร์ริค ยันแมนยูไม่ใช่สโมสรที่คุมไม่ได้
ไมเคิล คาร์ริค กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าโอลด์แทรฟฟอร์ดเป็นสโมสรที่ไม่มีใครคุมได้ ท่ามกลางความกดดันก่อนเกมพรีเมียร์ลีกพบ บอร์นมัธ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ไมเคิล คาร์ริค ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่คุมไม่ได้
- กุนซือปีศาจแดงกำลังเผชิญมรสุมไร้ชัยชนะ 7 นัดติดก่อนเกมดวลบอร์นมัธวันอาทิตย์นี้
- คาร์ริคยอมรับฟอร์มพ่ายโคโม 4-1 รับไม่ได้ แต่โต้เสียงวิจารณ์เรื่องการวิ่งและเพรสซิ่ง
- เจ้าตัวเผยยังพูดคุยกับเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ Ole Gunnar Solskjaer อย่างต่อเนื่อง
ไมเคิล คาร์ริค ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาปฏิเสธกระแสวิจารณ์และทฤษฎีที่ระบุว่าสโมสรแห่งโอลด์แทรฟฟอร์ดเป็นสถานที่ที่ใครก็ไม่สามารถบริหารหรือคุมทีมได้สำเร็จ ท่ามกลางสถานการณ์อันยากลำบากที่ทีมไม่ชนะใครมาเลยติดต่อกันถึง 7 นัด ก่อนหน้าโปรแกรมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของบอร์นมัธ ในวันอาทิตย์เวลา 14:00 น. ตามเวลา GMT
แรงกดดันที่มีต่อคาร์ริคทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น หลังจากที่นักเตะตัวหลักอย่าง ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ บรูโน เฟอร์นันเดส ออกมาให้สัมภาษณ์ในทำงตำหนินโยบายการเสริมทัพของสโมสร รวมถึงแทกติกการเล่นของกุนซือรายนี้ หากคาร์ริคต้องหลุดจากตำแหน่ง จะนับเป็นการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมรายที่สามในรอบสามฤดูกาล และทำให้เห็นสถิติกุนซือถาวรถึง 8 ราย นับตั้งแต่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไปในปี 2013 ที่ไม่สามารถพาpowered สโมสรกลับสู่จุดสูงสุดเดิมได้
สภาพแวดล้อมรอบตัวสโมสรถูกซ้ำเติมด้วยอดีตนักเตะชื่อดังจำนวนมากที่มีช่องสื่อของตัวเอง รวมถึงช่องแฟนบอลจำนวนมหาศาลที่มียอดผู้ชมหลักล้าน ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้หลายฝ่ายมองว่าแมนยูเป็นงานที่เป็นไปไม่ได้สำหรับผู้จัดการทีมทุกคน แต่เมื่อถูกถามถึงประเด็นนี้ คาร์ริคตอบกลับด้วยคำสั้นๆ เพียงคำเดียวว่า "ไม่"

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
กระนั้นก็ตาม คาร์ริคยอมรับว่าเขามีประเด็นที่ขัดแย้งกับข้อกล่าวหาบางประการจากอดีตนักฟุตบอลอาชีพและผู้สังเกตการณ์ทั่วไป โดยเฉพาะข้อครหาที่ว่าทีมของเขาไม่ค่อยวิ่งและไม่ยอมเพรสซิ่งใส่คู่แข่งยามที่ไม่มีครอบครองบอล แม้เขาจะยอมรับว่าผลงานโดยรวมในเกมบุกไปพ่ายโคโม 4-1 ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อวันพุธที่ผ่านมานั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ก็ตาม
"มีวิธีการเพรสซิ่งที่แตกต่างกันออกไปหลากหลายรูปแบบ แท้จริงแล้วมันคืออะไร? คุณทำมันไปเพื่ออะไร? มันส่งเสริมจุดแข็งของคุณไหม? มันช่วยปิดพื้นที่ว่างส่วนอื่นหรือเปล่า?"
ไมเคิล คาร์ริค
บริบทความกดดันในสโมสรระดับใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักถูกขยายด้วยระบบนิเวศสื่อยุคใหม่ที่มีทั้งพอดแคสต์ของอดีตนักเตะและช่องแฟนคลับ ซึ่งสร้างกระแสข่าวสารรายวันที่ทรงพลังและส่งผลต่อจิตวิทยาของนักเตะโดยตรง การที่กุนซือต้องรับมือทั้งผลงานในสนามและเสียงวิจารณ์ภายนอกจึงเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ผู้จัดการทีมทุกคนนับตั้งแต่ยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องเผชิญร่วมกัน
ในแง่ของการทำงาน คาร์ริคยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ อดีตกุนซือปีศาจแดง โดยโซลชาร์เคยขับรถเดินทางมาหาคาร์ริคและทีมงานถึงฐานฝึกซ้อมที่ทรอนด์เฮม ก่อนเกมปรีซีซั่นพบกับโรเซนบอร์กในเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้เขายังได้พูดคุยกับเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมระดับตำนานที่มีย่างก้าวสู่วัย 85 ปีและยังคงมาชมเกมที่สนามอยู่เป็นประจำ ซึ่งเฟอร์กูสันรายนี้เองที่เป็นคนดึงคาร์ริคมาร่วมทีมจากท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เมื่อปี 2006
คาร์ริคยังคงแสดงความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าเขาสามารถพลิกสถานการณ์นี้กลับมาได้ แต่ตระหนักดีว่าลูกทีมที่กำลังทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐานจำเป็นต้องแสดงศักยภาพออกมาให้เห็นในเกมพบกับบอร์นมัธ โดยเขากล่าวเน้นย้ำความเชื่อใจที่มีต่อลูกทีมว่า "ผมเชื่อมั่นในตัวพวกเขาอย่างแน่นอน 100%"
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น