เจาะลึกแกดเจ็ต AI พกพาและอุปกรณ์สวมใส่สุดล้ำในปี 2026
ส่องตลาดอุปกรณ์ AI สวมใส่อัจฉริยะปี 2026 ตั้งแต่จี้ห้อยคอราคาประหยัดอย่าง Bee และ Omi ไปจนถึง Friend 2.0 และอุปกรณ์จาก Meta

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ตลาดอุปกรณ์ AI สวมใส่กำลังเติบโตด้วยแกดเจ็ตหลากหลายรูปแบบ
- อุปกรณ์เช่น Bee และ Limitless ช่วยบันทึกเสียงและสรุปข้อมูล
- Friend และ Nirva เน้นตอบโจทย์ด้านเพื่อนคู่คิดและการพัฒนาตนเอง
- แบรนด์ยักษ์ใหญ่และสตาร์ทอัพต่างเร่งพัฒนาอุปกรณ์พกพาขับเคลื่อนด้วย AI
ตลาดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนอีกต่อไป แต่กำลังขยายเข้าสู่กลุ่มอุปกรณ์สวมใส่และแกดเจ็ตพกพาขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อผสาน AI เข้ากับกิจวัตรประจำวันของผู้ใช้งานอย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ แหวน สายรัดข้อมือ หรืออุปกรณ์ขนาดพกพาที่ทำหน้าที่เป็นทั้งเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพและเพื่อนคู่คิดที่คอยรับฟังความคิดเห็นในแต่ละวัน แม้กระทั่ง OpenAI เองก็กำลังพัฒนาอุปกรณ์ AI ขนาดกะทัดรัดเช่นกัน
หนึ่งในอุปกรณ์ที่ได้รับความสนใจคือ Bee จี้อัจฉริยะราคา 49.99 ดอลลาร์ที่สามารถหนีบกับเสื้อผ้าหรือสวมใส่เป็นสายรัดข้อมือ อุปกรณ์นี้ทำหน้าที่บันทึกเสียงรอบตัว เรียนรู้กิจวัตรและความชอบเพื่อสร้างโน้ตและเตือนความจำ โดยมีปุ่มปิดเสียงสำหรับช่วงเวลาที่ต้องการความเป็นส่วนตัว แอปพลิเคชันคู่หูมีค่าบริการ 19 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับการโต้ตอบและสรุปบทสนทนา ทั้งนี้ Amazon ได้เข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพเจ้านี้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในเดือนตุลาคม 2026 ได้แก่ Bee Frontier ราคา 74.99 ดอลลาร์ และ Bee Eclipse ราคา 99.99 ดอลลาร์ ซึ่งเชื่อมต่อกับ Alexa ได้
ในฝั่งของอุปกรณ์ที่เน้นด้านอารมณ์ Friend เป็นจี้สีขาวราคา 129 ดอลลาร์ที่ห้อยคอทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่คิดทางอารมณ์ โดยจะคอยรับฟังน้ำเสียงและอารมณ์เพื่อพูดคุยโต้ตอบผ่านบลูทูธ และเพิ่งมีการอัปเกรดเป็น "Friend 2.0" เพิ่มลำโพงในตัวเพื่อให้สื่อสารด้วยเสียงและแสดงบุคลิกที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน Limitless (เดิมชื่อ Rewind) อุปกรณ์บันทึกบทสนทนาราคา 99 ดอลลาร์ ช่วยถอดเสียงการประชุมและการโทรเพื่อสรุปเป็นความรู้ที่ค้นหาได้ เหมาะสำหรับมืออาชีพและสื่อมวลชน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ยังมี Meta ที่เปิดตัวอุปกรณ์สวมใส่ชิ้นแรกในเดือนกันยายน โดยมาพร้อมกับ Muse ผู้ช่วย AI ส่วนตัวและดิจิทัลอวตารชื่อ Jolly บนหน้าจอขนาดเล็กพกพาได้ ส่วนสตาร์ทอัพ Nirva ที่ก่อตั้งโดยอดีตพนักงาน Meta Reality Labs นำเสนอจี้หรือสร้อยข้อมือราคา 249 ดอลลาร์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาตนเองโดยการบันทึกเสียงเพื่อเปลี่ยนประสบการณ์ประจำวันให้เป็นบันทึกส่วนตัว และ Omi อุปกรณ์ราคา 89 ดอลลาร์ที่สามารถตอบคำถาม จัดการตารางงาน รวมถึงเชื่อมต่อกับ ChatGPT เพื่อจดจำบริบทและให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล
การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุปกรณ์ AI สวมใส่ (AI Wearables) สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในการเปลี่ยนผ่านจากการโต้ตอบผ่านหน้าจอสัมผัส ไปสู่การเก็บข้อมูลและปฏิสัมพันธ์แบบไร้รอยต่อในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลเสียงยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ผู้พัฒนาต้องสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้งานควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ
ปิดท้ายด้วย Plaud NotePin อุปกรณ์บันทึกเสียงขนาดเล็กราคา 159 ดอลลาร์ที่มาพร้อมระบบถอดเสียงและสรุปผลด้วย AI เหมาะสำหรับทนายความ สื่อมวลชน และนักศึกษา โดยมีแผนจะเปิดตัว Plaud Note Pro ในราคา 179 ดอลลาร์ในปีนี้ แกดเจ็ตเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI กำลังเข้ามามีบทบาทใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของผู้คนในรูปแบบที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น