เบื้องหลัง KTH Innovation มหาวิทยาลัยสวีเดนที่ปั้นสตาร์ทอัพ
เจาะลึก KTH Innovation ในกรุงสตอกโฮล์ม หน่วยงานปั้นสตาร์ทอัพกว่า 400 ทีมต่อปี ด้วยกฎหมาย Professor's Privilege และเครื่องมือวัดผล IRL

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- KTH Innovation รับปรึกษาไอเดียสตาร์ทอัพเฉลี่ยวันละ 10 คนในกรุงสตอกโฮล์ม
- สนับสนุนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ไม่ถือหุ้น และให้เจ้าของถือสิทธิ์เต็มที่
- ใช้กรอบวัดความพร้อม 6 มิติที่เรียกว่า IRL พัฒนาต่อยอดจาก NASA
- KTH Ventures มีพอร์ตบริษัทที่ยังดำเนินกิจการอยู่มากกว่า 60 บริษัท
ที่กรุงสตอกโฮล์ม มีผู้คนเดินเข้าสู่ออฟฟิศขนาดเล็กในรั้วมหาวิทยาลัยเทคนิคพร้อมความคิดสร้างสรรค์เฉลี่ยวันละประมาณ 10 คน บางรายพกภาพร่างบนกระดาษมาด้วย ขณะที่บางรายมาพร้อมกับปัญหาที่ยังไม่มีทางออก สถานที่แห่งนี้คือ KTH Innovation หน่วยงานภายในของ KTH Royal Institute of Technology มหาวิทยาลัยเทคนิคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศสวีเดน และเป็นจุดเริ่มต้นของ Lovable แพลตฟอร์มสร้างแอปพลิเคชันมาแรงในยุโรป
Lovable ช่วยให้ผู้ใช้งานที่ไม่มีทักษะการเขียนโค้ดสามารถสร้างแอปได้ผ่านการพิมพ์คำสั่งธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า Vibe Coding โดย Anton Osika ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งเรียนด้านวิศวกรรมฟิสิกส์ที่ KTH เพิ่งคว้ารางวัล KTH Innovation Award 2025 ร่วมกับ Fabian Hedin ผู้ร่วมก่อตั้งอีกราย ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงระบบนิเวศเทคโนโลยีของสตอกโฮล์มที่มี KTH Innovation เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนคนและไอเดียเข้าสู่ระบบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
คำถามสำคัญคือมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาราว 15,000 คนแห่งนี้ สามารถดึงดูดทีมที่มีไอเดียใหม่เข้ามามากกว่า 400 ทีมต่อปีได้อย่างไร ปัจจัยแรกคือการสนับสนุนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ โดยสวีเดนยังคงรักษาหลักกฎหมาย Professor's Privilege ตั้งแต่ปี 1949 ซึ่งให้อาจารย์และนักประดิษฐ์เป็นเจ้าของผลงานตนเองเต็มที่ ต่างจากเดนมาร์ก เยอรมนี และฟินแลนด์ที่ยกเลิกกฎนี้ไปในช่วงปี 2000 ถึง 2007
ทาง KTH Innovation ให้บริการโค้ชมืออาชีพ มหาวิทยาลัยสนับสนุนทุนทดสอบตลาด และพื้นที่สร้างต้นแบบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ถือหุ้นในโปรเจกต์ ทีมโค้ชราว 23 คนของที่นี่ล้วนเคยทำธุรกิจของตัวเองมาแล้ว และไม่มีการถือหุ้นในโปรเจกต์ที่ให้คำปรึกษา แรงจูงใจหลักจึงเป็นการเห็นผู้คนเติบโตไปสร้างความเปลี่ยนแปลงในโลกความเป็นจริง
เบื้องหลังความสำเร็จของสวีเดนในการสร้างสตาร์ทอัพสะท้อนให้เห็นว่า การสนับสนุนนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับการถือหุ้นแลกเปลี่ยนเสมอไป แต่ต้องอาศัยการลดอุปสรรคทางกฎหมายและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ผู้สร้างสรรค์เป็นเจ้าของผลงานอย่างแท้จริง ซึ่งช่วยดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพเข้ามาสู่ระบบนิเวศได้อย่างต่อเนื่อง
เพื่อจัดการกับไอเดียหลายร้อยทีมต่อปี KTH ได้พัฒนาเครื่องมือประเมินที่เรียกว่า KTH Innovation Readiness Level หรือ IRL ซึ่งต่อยอดมาจาก Technology Readiness Level (TRL) ของ NASA โดยขยายกรอบการวัดผลจากเดิมที่มีมิติเดียว ให้ครอบคลุม 6 มิติ ได้แก่ ลูกค้า เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา ทีม เงินทุน และธุรกิจ แสดงผลเป็นแผนภาพใยแมงมุมที่ช่วยให้เห็นความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
"ไอเดียมีค่าเป็นศูนย์ตราบใดที่ยังอยู่ในหัวคน การลงมือทำต่างหากที่สร้างมูลค่าขึ้นมาจริง"
Donnie SC Lygonis
นอกจากนี้ KTH Ventures หน่วยลงทุนของมหาวิทยาลัย ยังให้เงินลงทุนก้อนแรกแก่ทีมที่มีศักยภาพสูงภายใต้เงื่อนไขเดียวกันทุกทีม โดยไม่ประเมินมูลค่าบริษัทตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อหลีกเลี่ยงข้อถกเถียงในช่วงที่ยังไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม และนำผลตอบแทนที่ได้กลับมาลงทุนซ้ำให้กับทีมนักศึกษารุ่นถัดไป ปัจจุบันกรอบการทำงาน IRL นี้ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะและนำไปใช้ในมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก เช่น Imperial College London และ Aalto University
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น