ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Kimi Antonelli คว้าแชมป์ F1 สหรัฐฯ แต่ต้องลุ้นต่อที่เม็กซิโก

Kimi Antonelli คว้าชัยชนะศึก United States Grand Prix 2026 ทิ้งห่าง George Russell 123 คะแนน เตรียมลุ้นคว้าแชมป์โลกสนามหน้า

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
26 Oct 2026ที่มา: BBC Sport4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Kimi Antonelli คว้าแชมป์ F1 สหรัฐฯ แต่ต้องลุ้นต่อที่เม็กซิโก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Kimi Antonelli คว้าชัยชนะเด็ดขาดในสนาม United States Grand Prix ที่ออสติน
  • นำหน้า George Russell เพื่อนร่วมทีม Mercedes อยู่ 123 คะแนนเต็ม
  • การันตีคว้าแชมป์โลกได้ทันทีในสัปดาห์หน้าสนาม Mexico City หากไม่เสียแต้มเกินกำหนด
  • Mercedes โชว์ฟอร์มเยี่ยมด้วยกลยุทธ์ยางและการอัปเกรดรถแข่งที่ลงตัว

การแข่งขันฟอร์มูล่าวันสนามล่าสุดที่สนาม Circuit of the Americas เมืองออสติน รัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2026 ต้องเลื่อนการฉลองแชมป์โลกออกไปก่อน แม้ว่านักขับดาวรุ่งชาวอิตาลีวัย 20 ปีอย่าง Kimi Antonelli จะโชว์ฟอร์มได้อย่างไร้เทียมทาน ควบรถแข่งคว้าชัยชนะอันดับหนึ่งในการแข่งขัน United States Grand Prix มาครองได้อย่างสวยงาม แต่คะแนนสะสมยังไม่เพียงพอที่จะปิดฉากการลุ้นแชมป์ในสัปดาห์นี้ได้ทันที

ในปัจจุบัน Antonelli รั้งตำแหน่งผู้นำในตารางคะแนนสะสมประเภทนักขับ โดยทิ้งห่าง George Russell เพื่อนร่วมทีม Mercedes อยู่ถึง 123 คะแนน หลังเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกนำหน้า Max Verstappen จากทีม Red Bull และ Charles Leclerc จากทีม Ferrari ที่ตามมาตามลำดับ ส่งผลให้สถานการณ์การลุ้นแชมป์โลกต้องไปตัดสินกันต่อในสนามถัดไปที่จะจัดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโก

123คะแนนที่ Antonelli นำหน้า Russell
16วินาทีที่เข้าเส้นชัยนำหน้า Leclerc

สำหรับเงื่อนไขในการคว้าแชมป์โลกสนามหน้า ณ กรุงเม็กซิโกซิตี ในสัปดาห์หน้านั้น Antonelli ขอเพียงแค่ไม่เสียคะแนนรวมให้แก่ Russell เกิน 23 คะแนน และไม่เสียให้แก่ Lewis Hamilton นักขับจาก Ferrari เกิน 24 คะแนน เขาก็จะได้รับการสวมมงกุฎเป็นแชมป์โลกอย่างเป็นทางการ โดยในกรณีที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง Russell คว้าแชมป์สนามนั้นได้ Antonelli ขอเพียงจบการแข่งขันในอันดับที่ 9 ก็เพียงพอ หรือหาก Hamilton เป็นผู้ชนะในสนามหน้า Antonelli ขอแค่เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 10 เท่านั้น และถ้าร่วมทีมคู่แข่งรายอื่นไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ Antonelli จะผงาดคว้าแชมป์โลกทันทีไม่ว่าเขาจะจบการแข่งขันในอันดับใดก็ตาม

formula 1 racing car paddock garage team crew pit stop

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

เบื้องหลังความสำเร็จในสนามนี้มาจากความยอดเยี่ยมในการออกสตาร์ทและการบริหารจัดการยางของทีม Mercedes ซึ่งเลือกใช้ยางคอมปาวด์ Medium สำหรับการออกสตาร์ท ขณะที่คู่แข่งอย่าง Leclerc และนักขับจาก Red Bull เลือกใช้ยาง Soft ชุดใหม่ กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้ Antonelli สามารถวางแผนขับรถแบบหยุดเข้าพิทเพียงครั้งเดียว (One-stop race) ได้สำเร็จ ต่างจากคู่แข่งส่วนใหญ่ที่ต้องวางแผนหยุดพิทถึงสองครั้ง ส่งผลให้เขาสามารถทำความเร็วทิ้งห่างคู่แข่งได้อย่างเด็ดขาด และเข้าเส้นชัยทิ้งห่าง Leclerc ถึง 16 วินาทีเต็ม พร้อมกันนี้ยังเป็นการพิสูจน์ประสิทธิภาพของชุดแต่งรถแข่ง (Upgrade package) ที่ทีมพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สนามประเทศมาเลเซีย

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การแข่งขันในสนามนี้สะท้อนให้เห็นถึงความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์การใช้ยางที่เฉียบขาดของทีม Mercedes ซึ่งตัดสินใจเลือกยาง Medium ตั้งแต่รอบออกสตาร์ท ทำให้พวกเขาสามารถควบคุมอุณหภูมิและการสึกหรอของยางได้ดีกว่าคู่แข่งที่เลือกใช้ยาง Soft ซึ่งเสื่อมสภาพเร็วกว่าและบังคับให้ต้องเปลี่ยนยางถึงสองครั้ง ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความเหนือชั้นของ Kimi Antonelli ในฤดูกาลนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันว่าการอัปเกรดชิ้นส่วนรถแข่งที่ทีมงานทุ่มเทพัฒนามาหลายสนามได้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงในสนามแข่งความเร็วสูง

"ฉันรู้ว่าเราใกล้เคียงมากๆ แล้ว เราจะพยายามปิดฉากฤดูกาลนี้ให้ยอดเยี่ยม และหวังว่าเราจะสามารถคว้าแชมป์ได้ในเร็วๆ นี้"

Kimi Antonelli

ทางด้านสถานการณ์ของคู่แข่งร่วมสนาม George Russell ที่ออกสตาร์ทในอันดับที่ 6 ต้องพบกับความยากลำบากหลังโดนโทษปรับ 5 วินาทีจากการออกนอกสนามแล้วได้เปรียบ ส่งผลให้ร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 10 ก่อนจะพยายามเร่งเครื่องแซงคืนจนจบการแข่งขันในอันดับที่ 8 ขณะที่ Lewis Hamilton เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 4 ทำให้ทั้งคู่ยังมีลุ้นทางทฤษฎีในการแย่งแชมป์โลก ส่วนการต่อสู้แย่งชิงอันดับในสนามระหว่าง Leclerc และ Verstappen ก็สร้างความตื่นเต้นตลอดการแข่งขันก่อนที่นักขับเฟอร์รารีจะคว้าอันดับสองมาครองได้สำเร็จ

การแข่งขันฟอร์มูล่าวันสนามต่อไปจะย้ายสังเวียนลงใต้สู่ประเทศเม็กซิโก ในศึก Mexico City Grand Prix ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคมถึง 1 พฤศจิกายนนี้ และคาดว่าจะเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ในการประกาศศักดาคว้าแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดของวงการ

ที่มา: BBC Sport

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้