บีโอไอเผยยอดลงทุน 9 เดือนแรกปี 2569 ทะลุ 1.7 ล้านล้านบาท
บีโอไอเผยคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วงมกราคมถึงกันยายน 2569 รวม 1,954 โครงการ มูลค่า 1,707,430 ล้านบาท นำโดยอุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน 9 เดือนแรกปี 2569 รวม 1,954 โครงการ มูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 28
- อุตสาหกรรมดิจิทัลครองแชมป์มูลค่าสูงสุดกว่า 1.1 ล้านล้านบาท ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี AI และดาต้าเซ็นเตอร์
- อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารเติบโตแข็งแกร่งด้วยมูลค่า 80,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 จากปีก่อน
- ภาคกลางและภาคตะวันออกครองสัดส่วนการลงทุนรวมกันสูงถึงร้อยละ 93 ของมูลค่าทั้งหมด
บีโอไอเปิดเผยตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2569 (มกราคมถึงกันยายน) โดยมีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมรวมทั้งสิ้น 1,954 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวม 1,707,430 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นร้อยละ 28 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า การขยายตัวนี้สะท้อนถึงโมเมนตัมเชิงบวกของการลงทุนในประเทศไทย ตลอดจนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่อการปรับปรุงระเบียบข้อบังคับ โครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการเร่งรัดการลงทุนจากภาครัฐ
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่า ท่ามกลางกระแสการโยกย้ายฐานการผลิตทั่วโลกจากแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศไทยยังคงรักษาความสามารถในการดึงดูดการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเกษตรและอาหารเป็นกลไกขับเคลื่อนหลัก ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Skill Bridge เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับอุตสาหกรรมที่ครองมูลค่าการขอรับการส่งเสริมสูงสุดคือกลุ่มดิจิทัล มีมูลค่ากว่า 1.17 ล้านล้านบาท จาก 139 โครงการ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา รองลงมาคืออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า มูลค่า 189,370 ล้านบาท จาก 262 โครงการ เติบโตขึ้นร้อยละ 7 ตามความต้องการชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกเพื่อรองรับเทคโนโลยี AI
"บริการดิจิทัล การผลิตขั้นสูง เกษตรและอาหาร เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และช่วยสร้างงานคุณภาพ"
ธนาคารโลก
นอกจากนี้ กิจการที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน AI มีคำขอรับการส่งเสริมรวม 111 โครงการ มูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท ครอบคลุมดาต้าเซ็นเตอร์ บริการคลาวด์ การออกแบบชิป แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และ AI Server จากบริษัทชั้นนำ เช่น บจ. อนาล็อก ดิไวเซส, บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ และ บจ. เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ ขณะที่อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารมีมูลค่า 80,190 ล้านบาท จาก 218 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 ครอบคลุมการผลิตอาหารแปรรูปและอาหารสัตว์จากบริษัทอย่าง เนสท์เล่ และยูโรเปี้ยนฟู้ด
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI ในประเทศไทย ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามของประเทศในการยกระดับจากการเป็นฐานการผลิตดั้งเดิมสู่ห่วงโซ่อุปทานมูลค่าสูง การเชื่อมโยงระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศจะช่วยสร้างระบบนิเวศที่เข้มแข็ง และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระยะยาวจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกได้ดียิ่งขึ้น
ในด้านพื้นที่การลงทุน ภาคกลางมีมูลค่าสูงสุดที่ 955,260 ล้านบาท จาก 778 โครงการ ตามมาด้วยภาคตะวันออกมูลค่า 632,320 ล้านบาท จาก 856 โครงการ ซึ่งทั้งสองพื้นที่มีสัดส่วนรวมกันถึงร้อยละ 93 ของมูลค่าคำขอทั้งหมด ขณะที่ภาคใต้มีมูลค่าเติบโตขึ้นร้อยละ 40 ด้วยมูลค่า 34,140 ล้านบาท โดยมีจังหวัดภูเก็ต พังงา สงขลา และสุราษฎร์ธานีเป็นพื้นที่โดดเด่นด้านการท่องเที่ยวและเกษตรกรรม
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น