พื้นที่ในทวีปแอนตาร์กติกาถูกตั้งชื่อตามอดีตนักข่าว BBC
ช่องแคบใหม่ในแอนตาร์กติกาถูกตั้งชื่อว่า Amos Channel เพื่อเป็นเกียรติแก่ Jonathan Amos อดีตนักข่าวสายวิทยาศาสตร์ของ BBC ที่ทำงานนาน 38 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พื้นที่ในแอนตาร์กติกาถูกตั้งชื่อตาม Jonathan Amos อดีตนักข่าว BBC
- ช่องแคบดังกล่าวเกิดขึ้นจากการละลายและแตกตัวของแผ่นน้ำแข็ง
- Amos ทำงานข่าววิทยาศาสตร์มานาน 38 ปีโดยไม่เคยเดินทางไปแอนตาร์กติกาเลย
พื้นที่บริเวณช่องแคบแห่งใหม่ในทวีปแอนตาร์กติกาได้รับการประกาศตั้งชื่อเป็นทางการว่า Amos Channel เพื่อเป็นเกียรติแก่ Jonathan Amos อดีตนักข่าวสายวิทยาศาสตร์ผู้คร่ำหวอดในวงการของ BBC โดยทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยขั้วโลกใต้มาอย่างยาวนานถึง 38 ปีเต็มก่อนจะอำลาองค์กรในปี 2024
ช่องแคบแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ระหว่างเกาะ Rothschild และเกาะ Alexander ทางฝั่งตะวันตกของทวีป โดยลักษณะทางภูมิศาสตร์ดังกล่าวเพิ่งเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์การแตกสลายของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่เคยเชื่อมเกาะทั้งสองเข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นช่องทางน้ำเปิดโล่ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การตั้งชื่อทางภูมิศาสตร์ในทวีปแอนตาร์กติกานั้นมีกฎระเบียบที่เข้มงวดมาก โดยช่องแคบ Amos Channel ได้รับการเสนอชื่อโดยคณะกรรมการสถานที่ทางภูมิศาสตร์แอนตาร์กติกของสหราชอาณาจักร (UK Antarctic Place Names Committee) ซึ่งทำหน้าที่ดูแลการตั้งชื่อพื้นที่ในดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษ การให้เกียรติสื่อมวลชนด้วยวิธีนี้นับเป็นเรื่องที่หาได้ยากและแสดงถึงคุณูปการในการสื่อสารวิทยาศาสตร์สู่สาธารณะ
ตลอดระยะเวลาการทำงานข่าว Amos เป็นผู้รายงานข่าวเชิงลึกเกี่ยวกับประเด็นสำคัญทางสิ่งแวดล้อมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาวะการละลายของแผ่นน้ำแข็ง การเปลี่ยนแปลงของฝูงเพนกวิน ตลอดจนการรายงานข่าวพิเศษระดับเอ็กซ์คลูซีฟเกี่ยวกับการค้นพบซากเรือ Endurance ของนักสำรวจระดับตำนาน Ernest Shackleton ที่จมอยู่ใต้ทะเลน้ำแข็ง
"แอนตาร์กติกาคือแนวหน้าของข่าวที่ใหญ่ที่สุดบนดาวเคราะห์โลก นั่นคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ"
Jonathan Amos
แม้ว่าเขาจะเขียนข่าวและรายงานเรื่องราวเกี่ยวกับดินแดนน้ำแข็งขั้วโลกใต้มาตลอดชีวิตการทำงานผ่านโต๊ะข่าวในสหราชอาณาจักร แต่ Amos ยอมรับว่าเขายังไม่เคยเดินทางไปสัมผัสดินแดนดังกล่าวด้วยตนเองเลยสักครั้ง โดยมองว่าการได้รับเกียรติครั้งนี้ถือเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เขาอยากเดินทางไปเยี่ยมเยือนขั้วโลกใต้สักครั้งในชีวิต
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น