ข้ามไปเนื้อหาหลัก

OpenAI ปรับแนวทางความปลอดภัยสอดรับกฎหมาย AI Act ของสหภาพยุโรป

OpenAI เผยมาตรการความปลอดภัย ความมั่นคง และความโปร่งใส เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ GPAI Code ของสหภาพยุโรป พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในยุโรป

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
01 Aug 2026ที่มา: AI News3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
OpenAI ปรับแนวทางความปลอดภัยสอดรับกฎหมาย AI Act ของสหภาพยุโรป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • OpenAI ประกาศแนวทางสอดรับกับ GPAI Code และ Transparency Code ของสหภาพยุโรป
  • ชูโครงสร้างภายใน Preparedness Framework และ Frontier Governance Framework
  • เปิดตัว EU Cyber Action Plan ในเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อหนุนหน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์

บริษัท OpenAI ได้ออกมาเปิดเผยถึงกระบวนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย ความมั่นคง และความโปร่งใส ที่ได้รับการปรับให้สอดคล้องกับข้อกำหนด General-Purpose AI (GPAI) Code ของสหภาพยุโรป ในช่วงเวลาที่กฎหมายดังกล่าวใกล้จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยทางบริษัทได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและให้การรับรองทั้ง GPAI Code และ Code of Practice ว่าด้วยความโปร่งใสของเนื้อหาที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายภาคส่วน

มาตรฐาน GPAI Code กำหนดเกณฑ์มาตรฐานร่วมกันในด้านความโปร่งใส ความปลอดภัย และความมั่นคง สำหรับโมเดลปัญญาประดิษฐ์อเนกประสงค์ที่มีการวางจำหน่ายหรือใช้งานในสหภาพยุโรป โดยทาง OpenAI ได้ชี้ให้เห็นถึงแนวปฏิบัติที่มีอยู่เดิม เช่น การทดสอบโมเดลก่อนเปิดตัว การเผยแพร่เอกสารระบบเมื่อมีการเปิดตัวครั้งสำคัญ และการทดสอบเจาะระบบโดยผู้เชี่ยวชาญภายนอกผ่านเครือข่าย Red Teaming Network รวมถึงการจัดทำเอกสาร Model Spec ที่อธิบายแนวทางการควบคุมพฤติกรรมของโมเดลต่อสาธารณะ

การที่บริษัทผู้พัฒนา AI ระดับโลกอย่าง OpenAI ต้องปรับตัวเข้าหากฎระเบียบ EU AI Act สะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายของสหภาพยุโรปกำลังกลายเป็นมาตรฐานกลางที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรม AI ทั่วโลก การปฏิบัติตามกฎเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานและภาคธุรกิจในยุโรป ซึ่งเป็นตลาดสำคัญที่มีความเข้มงวดเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสูงสุด

ในส่วนของการดำเนินงานภายใน ทางบริษัทมีกรอบการทำงานหลักสองชุดรองรับอยู่ ได้แก่ Preparedness Framework ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2023 และได้รับการอัปเดตในปี 2025 ซึ่งใช้ในการระบุ ประเมิน และจัดการความเสี่ยงร้ายแรงจากระบบ AI ขั้นสูง ควบคู่ไปกับ Frontier Governance Framework ที่เข้ามาต่อยอด เพื่อเชื่อมโยงมาตรการความปลอดภัยเข้ากับข้อกำหนดทางกฎหมายของ GPAI Code โดยตรง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

cybersecurity digital data security

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สำหรับการรับมือกับประเด็นความโปร่งใสและการระบุเนื้อหาที่สร้างจาก AI ทาง OpenAI ได้ใช้กลไกหลักสองอย่างทำงานร่วมกัน ได้แก่ Content Credentials ที่อิงตามมาตรฐาน C2PA เพื่อแนบบริบทเข้ากับตัวไฟล์โดยตรง และระบบลายน้ำ SynthID ซึ่งทำหน้าที่เป็นสัญญาณสำรองในกรณีที่ข้อมูลเมตาถูกลบออกไปในระหว่างการส่งต่อ พร้อมทั้งขยายผลจากการรองรับรูปภาพไปสู่ไฟล์เสียงและข้อมูลรูปแบบอื่นๆ ในอนาคต

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้เปิดตัว EU Cyber Action Plan เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2026 ภายใต้โครงการ Trusted Access for Cyber เพื่อให้หน่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ทั้งภาครัฐและเอกชนในยุโรป สามารถเข้าถึงโมเดลไซเบอร์ขั้นสูงของบริษัทได้อย่างปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านความปลอดภัยไซเบอร์และปัญญาประดิษฐ์ของคณะกรรมาธิการยุโรป

ที่มา: AI News

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้