งบประมาณอังกฤษ 2026: ประชาชนสะท้อนปัญหาค่าครองชีพ
ก่อนการเปิดเผยงบประมาณฉบับแรกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จอห์น ฮีลีย์ บีบีซีได้สำรวจเสียงสะท้อนของชาวอังกฤษหลากหลายกลุ่มรายได้ที่กำลังเผชิญวิกฤตค่าครองชีพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัฐมนตรีคลัง จอห์น ฮีลีย์ เตรียมประกาศงบประมาณประจำปีในวันพุธนี้
- กลุ่มตัวอย่างหลากหลายอาชีพสะท้อนปัญหาค่าพลังงานและค่าใช้จ่ายพุ่งสูง
- ความต้องการมาตรการลดหย่อนภาษีน้ำมันและช่วยเหลือครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว
- ข้อเสนอภาษีผู้มีรายได้สูงและภาษีความมั่งคั่งเพื่อนำมาพัฒนาบริการรัฐ
ก่อนที่นายจอห์น ฮีลีย์ (John Healey) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะแถลงงบประมาณประจำปีฉบับแรกในวันพุธนี้ สำนักข่าวบีบีซีได้ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนชาวอังกฤษจากหลากหลายระดับรายได้ เพื่อฟังมุมมองและความคาดหวังที่มีต่อมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลในสถานการณ์ปัจจุบัน
โคลอี (Chloe) คุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัย 40 ปีจากเกตส์เฮด ซึ่งสูญเสียสามีไปเมื่อ 4 ปีก่อน และต้องเลี้ยงดูบุตรชายวัย 16 ปีตามลำพัง เผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันเธอต้องจ่ายค่าก๊าซและไฟฟ้าประมาณ 200 ปอนด์ต่อเดือน ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่กดดัน
โคลอีและลูกชายจำต้องตัดลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่น การซื้อของจากร้าน M&S และการไปดูภาพยนตร์ รวมถึงจำกัดวงเงินซื้อของชำในซูเปอร์มาร์เก็ตไว้ที่ไม่เกิน 40 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่เธอไม่สามารถลดภาระค่าภาษีท้องถิ่น (Council Tax) มูลค่า 200 ปอนด์ และค่ายาสำหรับรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ โดยเธอคาดหวังให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวให้มากกว่านี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ขณะเดียวกัน โรเบิร์ต พอร์ตล็อก (Robert Portlock) ชายหนุ่มวัย 29 ปีที่ยังคงอาศัยอยู่กับพ่อแม่ในเมืองเกตส์เฮด เผชิญกับอุปสรรคในการแยกตัวออกไปซื้อบ้าน โดยเฉพาะค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็กในพื้นที่ซึ่งสูงถึงสองในสามของรายได้ต่อเดือน นอกจากนี้เขายังมีภาระค่าใช้จ่ายรถยนต์เดือนละ 750 ปอนด์ ทั้งค่างวดรถประกัน น้ำมัน และภาษี สำหรับการขับรถไปทำงานไป-กลับรวม 32 ไมล์ที่สนามบินนิวคาสเซิล
"การเก็บเงินซื้อบ้านเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในตอนนี้"
โรเบิร์ต พอร์ตล็อก
โรเบิร์ตเรียกร้องให้รัฐมนตรีคลังปรับลดภาษีน้ำมันและภาษีเงินได้ หรือขยายเพดานรายได้ที่ไม่ต้องเสียภาษี (Personal Allowance) จากเดิม 12,570 ปอนด์ ให้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 16,000 ปอนด์ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระคนทำงานรุ่นใหม่
การจัดทำงบประมาณของรัฐบาลสหราชอาณาจักรในแต่ละปีถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายการคลัง ทั้งการจัดเก็บภาษีและการเยียวยาประชาชน ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่ผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มเปราะบางและชนชั้นกลางในอังกฤษ
ในขณะที่ เอมิลี (Emily) หญิงสาววัย 19 ปีจากเมืองสวินดอน ซึ่งกำลังมองหางานด้านการขายและค้าปลีก รวมถึงโครงการฝึกอบรมเยาวชน เสนอให้รัฐบาลเพิ่มเงินสนับสนุนภาคธุรกิจเพื่อจ้างงานคนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งขยายโครงการ Jobs Guarantee ให้ครอบคลุมเยาวชนที่ว่างงานเร็วยิ่งขึ้น ด้านโจนาธาน วิตแวม (Jonathan Whitwam) วัย 52 ปี จากเอสเซกส์ ซึ่งมีบุตรสาวสองคนกำลังศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยและเผชิญภาระหนี้สินเพื่อการศึกษา กลับสนับสนุนให้รัฐบาลเก็บภาษีผู้มีรายได้สูงขึ้น รวมถึงเก็บภาษีความมั่งคั่งครั้งเดียวจากผู้ที่มีทรัพย์สินเกิน 10 ล้านปอนด์ เพื่อนำงบมาพัฒนาโรงพยาบาลและโรงเรียน
สำหรับ คริสติน มอร์ริส (Christine Morris) หญิงวัยเกษียณจากวอร์กซอป ซึ่งพึ่งพาเงินบำนาญ เสนอให้มีการยกเว้นหรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมคงที่ (Standing Charges) สำหรับค่าไฟฟ้าของผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียว พร้อมทั้งขยายสิทธิประโยชน์ Pension Credit ให้เข้าถึงผู้สูงอายุที่มีรายได้เกินเกณฑ์เล็กน้อยอย่างเธอ
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น