TKO เสนอซื้อโรงแรม Service Properties Trust มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์
ซีอีโอ TKO เผยเหตุผลในการยื่นข้อเสนอเงินสด 2,000 ล้านดอลลาร์ซื้อโรงแรม 92 แห่งของ Service Properties Trust พร้อมระบุปัญหาการขาดเงินลงทุนมาหลายปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- TKO ยื่นข้อเสนอเงินสด 2,000 ล้านดอลลาร์ซื้อโรงแรม 92 แห่งของ Service Properties Trust
- พอร์ตโฟลิโอเป้าหมายมีขนาดใหญ่กว่า TKO ถึงสี่เท่า
- TKO วางแผนทุ่มงบปรับปรุง 50,000 ถึง 60,000 ดอลลาร์ต่อห้องใน 24 เดือนแรก
- Service Properties Trust ยังไม่ตอบกลับและปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นก่อนประกาศผลประกอบการ 5 พฤศจิกายนนี้
Jim Koehler ซีอีโอของ TKO หรือ The Koehler Organization บริษัทจากรัฐเซาท์ดาโกตา ได้ออกมาเปิดเผยในบทสัมภาษณ์สาธารณะครั้งแรกถึงเหตุผลเบื้องหลังการยื่นข้อเสนอซื้อพอร์ตโฟลิโอโรงแรมทั้งหมดของ Service Properties Trust ด้วยเงินสดมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าทางทรัสต์มีการลงทุนในโรงแรมต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมาเป็นเวลาหลายปี และบริษัทของเขามีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้ามาแก้ไขจุดอ่อนดังกล่าวได้
ข้อเสนอดังกล่าวครอบคลุมโรงแรมจำนวน 92 แห่ง ที่มีห้องพักเกือบ 21,000 ห้อง ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นสี่เท่าของ TKO เอง โดยข้อมูลจาก CoStar ระบุว่าปัจจุบัน TKO เป็นเจ้าของโรงแรม 44 แห่ง มีห้องพักเพียงกว่า 4,000 ห้องเท่านั้น แม้ว่า Koehler จะระบุว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 5,000 ห้องหากนับรวมส่วนได้เสียในบริษัทอื่น ๆ ด้วยก็ตาม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในประเด็นเรื่องแหล่งเงินทุน TKO ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะถึงวิธีการจัดหาเงินเพื่อรองรับข้อเสนอทั้งหมดนี้ แต่ Koehler เปิดเผยว่าเขาได้เสนอแชร์งบการเงินส่วนบุคคลให้ทางทรัสต์ตรวจสอบแล้ว และตัวเขามีเงินสดอยู่ในระดับเก้าหลัก นอกจากนี้เขายังประเมินว่าโรงแรมเหล่านี้ควรจะต้องใช้เงินลงทุนด้านทุนสูงถึงประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2020 ตามมาตรฐานของแฟรนไชส์รายอื่น ในขณะที่เอกสาร ก.ล.ต. สสหรัฐฯ (SEC) ของทรัสต์แสดงให้เห็นว่ามีการจัดสรรเงินทุนไปเพียงประมาณ 1,100 ล้านดอลลาร์เท่านั้นสำหรับโรงแรมทั้งหมดในช่วงปี 2020 ถึง 2025
"เขาได้เสนอที่จะแบ่งปันงบการเงินส่วนบุคคลกับทางทรัสต์ และระบุว่าเขามีเงินสดระดับเก้าหลัก"
Jim Koehler, ซีอีโอ TKO
นอกจากนี้ ในจดหมายที่ส่งเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม TKO เคยตั้งเงื่อนไขให้ทรัสต์ต้องยกเลิกสัญญาการจัดการและแฟรนไชส์ของ Sonesta ก่อนการปิดดีล แต่ในวันที่ 15 ตุลาคม Koehler ได้ถอนเงื่อนไขดังกล่าวออกไป ซึ่งหมายความว่าหากดีลนี้สำเร็จ TKO จะต้องเข้ามาถือครองระบบห้องพักราว 17% ของ Sonesta ที่มีอยู่ประมาณ 100,000 ห้อง
การเคลื่อนไหวของ TKO ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การเติบโตแบบก้าวกระโดดของบริษัทขนาดเล็กที่พยายามเข้าซื้อกิจการที่มีขนาดใหญ่กว่ามากผ่านการปรับปรุงสินทรัพย์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทผู้ซื้อมีขนาดเล็กกว่าเป้าหมายถึงสี่เท่าทำให้เกิดคำถามในตลาดเกี่ยวกับความสามารถในการระดมทุนและการบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งต้องติดตามท่าทีของ Service Properties Trust ต่อไปหลังประกาศผลประกอบการ
อย่างไรก็ตาม Koehler ระบุว่าทาง Service Properties Trust ยังคงไม่ได้ตอบกลับข้อเสนอใด ๆ แม้จะล่วงเลยมากว่าสองสัปดาห์นับตั้งแต่จดหมายฉบับแรก ขณะที่ทาง Service Properties Trust ได้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใด ๆ โดยอ้างถึงช่วงเวลาเงียบงัน (Quiet Period) ก่อนที่จะมีการรายงานผลประกอบการในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น