เพื่อไทยย้ำชัด: ไม่มีบริษัทใดผูกขาดกะเพราทั้งประเทศได้
น.ส.ชญาภา สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้แจงเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 69 ยืนยันประชาชนปลูกและขายกะเพราได้ตามปกติ ไม่ต้องขออนุญาต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เพื่อไทยย้ำประชาชนปลูกและกินกะเพราได้ปกติ ไม่ต้องขออนุญาต
- กะเพราทั่วไปเป็นคนละสายพันธุ์กับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืช
- ซีพีแลนด์จดทะเบียนคุ้มครองเฉพาะ 4 สายพันธุ์แก้วจุรี 01-04 เท่านั้น
วันที่ 27 ต.ค. 69 น.ส.ชญาภา สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแถลงการณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวและความกังวลใจเป็นวงกว้างในสังคมเกี่ยวกับการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา โดยทางพรรคเพื่อไทยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อทำความเข้าใจและสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ
ทางพรรคเพื่อไทยได้ชี้แจงประเด็นข้อเท็จจริงสำคัญเพื่อให้ประชาชนคลายความกังวล โดยยืนยันว่ากะเพราทั่วไปตามท้องตลาดและที่ปลูกรับประทานกันในครัวเรือนนั้น สามารถนำมาประกอบอาหาร ซื้อขาย และปลูกได้ตามปกติโดยไม่ต้องขออนุญาตหรือเสียค่าลิขสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นคนละสายพันธุ์กับที่มีการจดทะเบียนสิทธิ์เอาไว้ และกฎหมายไม่ได้ครอบคลุมถึงกะเพราพื้นเมืองหรือกะเพราสายพันธุ์อื่นๆ ทั่วไป
พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 เป็นกฎหมายที่มุ่งเน้นการให้ความคุ้มครองและสร้างแรงจูงใจแก่ผู้วิจัยและนักปรับปรุงพันธุ์พืช เพื่อให้เกิดการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่มีความแข็ง ด้นทานต่อโรค และให้ผลผลิตสูงขึ้น การจดทะเบียนจึงจำกัดเฉพาะสายพันธุ์ที่ผ่านการพัฒนาขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ ไม่ได้หมายรวมถึงพืชพื้นเมืองดั้งเดิมที่เกษตรกรปลูกกันมาแต่อย่างใด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 นั้น มีข้อมูลระบุว่าบริษัทซีพีแลนด์ได้ดำเนินการจดทะเบียนคุ้มครองไว้ตั้งแต่ปี 2567 โดยครอบคลุมพืชเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ สายพันธุ์แก้วจุรี 01-04 ซึ่งมีกรอบอายุการคุ้มครองเป็นเวลา 12 ปี นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่เป็นผลงานการพัฒนาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งสิทธิ์ดังกล่าวจำกัดเฉพาะสายพันธุ์ที่ระบุไว้เท่านั้น
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น