Oleshky 2026: เริ่มหยุดยิงในเมืองยูเครนที่ชาวบ้านกินวัชพืชประทังชีวิต
ข้อตกลงหยุดยิงในเมืองโอเลชกีของยูเครนเริ่มมีผลแล้ว หลังชาวบ้านต้องต้มวัชพืชกินและไร้น้ำไฟนาน 3 ปี โดยมีสหรัฐฯ ช่วยเจรจาพาอพยพผู้คน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เมืองโอเลชกีใต้การยึดครองของรัสเซียในแคว้นเคอร์ซอนเริ่มหยุดยิงชั่วคราวแล้ว
- ชาวบ้านราว 6,000 คนเผชิญความอดอยากรุนแรง ต้องกินวัชพืชในสวนและไร้น้ำไฟฟ้ามา 3 ปี
- ทำเนียบขาวระบุว่า เมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐฯ เป็นผู้ผลักดันข้อตกลงหยุดยิงนี้
- แผนอพยพและส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมีกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์นี้
การหยุดยิงจำกัดเวลาได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในเมืองโอเลชกี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกรัสเซียยึดครองในประเทศยูเครน โดยทั้งเจ้าหน้าที่ยูเครนและกระทรวงกลาโหมรัสเซียต่างยืนยันตรงกันว่าทุกฝ่ายกำลังเคารพข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าว ซึ่งทำเนียบขาวเปิดเผยว่าเป็นผลจากการผลักดันของ เมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งแห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อเปิดทางให้มีการลำเลียงความช่วยเหลือและอพยพพลเรือนในวันศุกร์
เมืองโอเลชกีตั้งอยู่แนวหน้าในแคว้นเคอร์ซอน ถูกปิดล้อมด้วยแม่น้ำดนิโปรฝั่งหนึ่งและกองกำลังรัสเซียอีกฝั่งหนึ่ง ส่งผลให้สถานการณ์ความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ย่ำแย่ถึงขีดสุด ร้านค้าทั้งหมดปิดตัวลงและไม่มีไฟฟ้า ก๊าซ รวมถึงน้ำประปาใช้มานานถึง 3 ปีเต็มแล้ว
วิกฤตความอดอยากรุนแรงทำให้ชาวบ้านจำนวนมากจำใจต้องนำวัชพืชในสวนมาปรุงเป็นอาหารเพื่อประทับชีวิต ท่ามกลางความเสี่ยงสูงในการหลบหนีเนื่องจากเส้นทางออกนอกเมืองถูกวางระเบิดและเสี่ยงต่อการถูกโดโจมตี โดยทางการยูเครนประเมินว่ามีประชาชนราว 6,000 คน รวมถึงเด็ก 200 คนที่ยังคงอาศัยอยู่รอบนอกและในตัวเมืองที่มีประชากรเหลือเพียง 1,700 คนเท่านั้น จากเดิมที่มีประชากร 24,000 คนก่อนเกิดการรุกเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2022

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ได้ทรงเรียกร้องให้ วลาดิมีร์ ปูติน ยอมให้มีการส่งอาหารและเวชภัณฑ์เข้าเมืองโอเลชกี พร้อมทั้งเร่งรัดให้ โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีแห่งยูเครนประสานงานร่วมกับฝ่ายรัสเซียเรื่องการหยุดยิง ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุทางเทเลแกรมว่าได้ยุติการยิงใส่เมืองเคอร์ซอนฝั่งตรงข้ามแม่น้ำตั้งแต่เวลา 04:00 น. ตามเวลาโมสโก เพื่อเตรียมพร้อมปฏิบัติการด้านมนุษยธรรม
วิกฤตการณ์ในเมืองโอเลชกีสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบด้านมนุษยธรรมที่รุนแรงและยืดเยื้อของสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยเฉพาะในพื้นที่แนวหน้าซึ่งพลเรือนตกอยู่ในภาวะตัดขาดจากสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การเข้ามามีบทบาททางการทูตของสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐฯ ในครั้งนี้ถือเป็นความพยายามระดับสูงนอกเหนือจากช่องทางปกติเพื่อบรรเทาทุกข์ ท่ามกลางความท้าทายด้านความปลอดภัยและความหวาดระแวงระหว่างคู่ขัดแย้งที่ยังคงมีอยู่สูง
แม้จะมีความหวังเรื่องการอพยพ แต่ชาวบ้านหลายคนยังคงมีความกังวลและความหวาดกลัว เนื่องจากเส้นทางการสื่อสารที่ไม่เสถียรและความหวาดกลัวต่อการถูกลงโทษหากถูกตรวจพบร่องรอยการสนับสนุนยูเครนในโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งยังมีผู้หญิงคนหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่าเธอเหยียบกับระเบิดจนต้องเข้ารับการผ่าตัดถึงสองครั้งในโรงพยาบาล
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น