ข้ามไปเนื้อหาหลัก

โครงกระดูก Nanotyrannus ประมูลขาย 47.3 ล้านดอลลาร์ในนิวยอร์ก

โครงกระดูกไดโนเสาร์ Nanotyrannus นามว่า 'Jodi' ถูกประมูลขายในนิวยอร์กด้วยราคาสูงถึง 47.3 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องการซื้อขายฟอสซิลในกลุ่มเศรษฐี

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
28 Oct 2026ที่มา: BBC Science & Environment3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
โครงกระดูก Nanotyrannus ประมูลขาย 47.3 ล้านดอลลาร์ในนิวยอร์ก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • โครงกระดูกไดโนเสาร์ Nanotyrannus ถูกประมูลไปในราคา 47.3 ล้านดอลลาร์ในนิวยอร์ก
  • ผู้ชนะการประมูลไม่เปิดเผยตัวตนหลังการแข่งขันแย่งชิงกันนาน 12 นาทีระหว่างผู้สนใจ 6 ราย
  • ฟอสซิลนี้ถูกขุดพบในรัฐมอนตานา สหรัฐอเมริกา และมีส่วนช่วยยุติข้อถกเถียงทางวิทยาศาสตร์
  • นักวิทยาศาสตร์บางส่วนแสดงความกังวลว่าการประมูลให้เอกชนอาจส่งผลกระทบต่อการศึกษาและการวิจัย

โครงกระดูกไดโนเสาร์สายพันธุ์ Nanotyrannus ซึ่งเคยถูกเข้าใจผิดว่าเป็น Tyrannosaurus rex วัยเยาว์ ถูกนำออกประมูลและทำราคาพุ่งสูงถึง 47.3 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 35.5 ล้านปอนด์ ณ เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา การประมูลครั้งนี้ดึงดูดผู้สนใจเข้าร่วมเสนอราคาถึง 6 ราย และใช้เวลาขับเคี่ยวกันนานถึง 12 นาทีเต็มก่อนจะได้ผู้ชนะที่ยังคงปกปิดตัวตนไม่ยอมเปิดเผยต่อสาธารณะ

ซากดึกดำบรรพ์ชิ้นนี้มีชื่อเรียกขานว่า 'Jodi' ถูกค้นพบครั้งแรกบนผืนดินของเกษตรกรสาว Jodi Pierson บริเวณ Hell Creek Formation แหล่งธรณีวิทยาที่มีการศึกษากันอย่างกว้างขวางในรัฐมอนตานา ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนที่ Clayton Phipps นักบรรพชีวินวิทยาเชิงพาณิชย์จะเป็นผู้ดำเนินการขุดค้นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์

$47.3mราคาสุดท้ายในการประมูลโครงกระดูก Jodi ในนิวยอร์ก
12นาทีของการแข่งขันเสนอราคาจากผู้สนใจ 6 ราย

การค้นพบโครงกระดูกที่รู้จักกันในชื่อ 'Dueling Dinosaurs' ถือเป็นหลักฐานสำคัญชิ้นประวัติศาสตร์ที่นำไปสู่การตีพิมพ์งานวิจัยโดย Lindsay Zanno และ James Napoli งานศึกษาชิ้นดังกล่าวสามารถจำแนกให้เห็นอย่างชัดเจนว่า Nanotyrannus เป็นไดโนเสาร์คนละสายพันธุ์กับ T. rex ซึ่งช่วยยุติข้อถกเถียงยาวนานหลายทศวรรษในแวดวงนักวิทยาศาสตร์ได้สำเร็จ

palaeontology fossil excavation site Montana

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

อย่างไรก็ตาม การออกประมูลโครงกระดูกไดโนเสาร์ 'Jodi' ครั้งนี้ ได้จุดชนวนความกังวลระลอกใหม่ให้กับวงการวิจัย โดยนักวิชาการหลายท่านออกมาเตือนว่า การซื้อขายซากดึกดำบรรพ์ในราคามหาศาลอาจเปิดฉากยุคใหม่ที่ฟอสซิลล้ำค่าตกเป็นของกลุ่มคนผู้ร่ำรวยระดับอัลตร้าซูเปอร์รีช

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การซื้อขายฟอสซิลไดโนเสาร์ในตลาดประมูลเอกชนสร้างความกังวลในหมู่นักวิทยาศาสตร์มาโดยตลอด เนื่องจากซากดึกดำบรรพ์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และผ่านการศึกษาวิจัยมักจะสูญหายไปอยู่ในความครอบครองส่วนตัว ทำให้เหล่านักวิจัยอิสระและพิพิธภัณฑ์สาธารณะหมดโอกาสเข้าถึงเพื่อตรวจสอบหรือศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งอาจขัดขวางความก้าวหน้าทางบรรพชีวินวิทยาในอนาคต แม้ว่าอีกด้านหนึ่งฝ่ายผู้จัดประมูลจะมองว่ากระบวนการขุดค้นและอนุรักษ์ฟอสซิลต้องใช้ต้นทุน เม็ดเงิน และเวลาอย่างมหาศาลก็ตาม

ก่อนหน้านี้ นักวิจัยเคยออกมาสะท้อนมุมมองผ่านสำนักข่าว BBC หลังการประมูลซากไดโนเสาร์ที่ชื่อ 'Gus' โดยระบุว่าซากดึกดำบรรพ์ควรถูกจัดแสดงในพื้นที่สาธารณะเพื่อให้ผู้คนเข้าชมและนักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาได้อย่างอิสระ พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าการซื้อขายในลักษณะนี้จะไม่กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่สร้างผลกระทบในทางลบต่อการศึกษาและงานวิจัยเชิงวิชาการ

ที่มา: BBC Science & Environment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้