GIS ยกระดับสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล: จีไอเอส ชูประสบการณ์ 30 ปี
บริษัท จีไอเอส จำกัด ผู้นำระบบ GIS ในกลุ่มซีดีจี ชูนโยบายยกระดับเทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หนุน AI และ Digital Twin

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- จีไอเอสผลักดัน GIS สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ
- ชูประสบการณ์กว่า 30 ปีเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐที่แยกส่วน
- หนุนการใช้ AI และ Digital Twin ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและบริการสาธารณะ
บริษัท จีไอเอส จำกัด ผู้นำด้านการให้บริการระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์แบบครบวงจรในกลุ่มบริษัทซีดีจี ประกาศความพร้อมในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ โดยมุ่งยกระดับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศหรือ GIS ให้ก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลหลักของประเทศไทย เพื่อรองรับวิสัยทัศน์ของภาครัฐในการบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การดำเนินงานดังกล่าวเน้นการเชื่อมโยงระบบข้อมูลเชิงพื้นที่ที่เคยแยกส่วนให้กลายเป็นฐานข้อมูลกลางระดับประเทศ ซึ่งจะช่วยลดความซ้ำซ้อนและต้นทุนในการดำเนินงาน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาและการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะได้อย่างแม่นยำและตรงจุดยิ่งขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ที่ผ่านมา เทคโนโลยี GIS ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นภาคโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน สาธารณูปโภค และสิ่งแวดล้อมที่ใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ในการควบคุมดูแลโครงข่ายบริการ รวมถึงภาคโลจิสติกส์ที่ใช้ระบบวางแผนเส้นทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและการจัดสรรการใช้ประโยชน์ที่ดิน
การที่เทคโนโลยี GIS ถูกผลักดันให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านจากการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อแสดงแผนที่ภาพนิ่ง ไปสู่การเป็นแกนกลางในการประมวลผลข้อมูลระดับมหภาค ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำนโยบายสาธารณะแบบอิงหลักฐาน (Evidence-based Policy) และช่วยลดงบประมาณซ้ำซ้อนในการจัดซื้อข้อมูลของแต่ละหน่วยงานรัฐ
นอกจากนี้ ทางบริษัทยังเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีขั้นสูงในอนาคต โดยเฉพาะการนำระบบ Digital Twin มาสร้างแบบจำลองเมืองและโครงสร้างพื้นฐานเสมือนจริงเพื่อจำลองสถานการณ์ก่อนการลงทุนจริง ควบคู่กับการผสานเทคโนโลยี AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ปริมาณมหาศาลและค้นหาความเสี่ยงล่วงหน้า
“การวางรากฐานด้านข้อมูลเชิงพื้นที่ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศ เพราะช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากหลากหลายแหล่งให้สามารถนำไปใช้วางแผนและตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง”
ดร.ธนพร
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น