ปรับการพูดคุยใต้: สีหศักดิ์ชี้มาเลย์ตั้งผู้อำนวยความสะดวกใหม่
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เผยมาเลเซียแต่งตั้งอดีตเจ้ากรมข่าวกรองทหารบกเป็นผู้อำนวยความสะดวกไฟใต้คนใหม่ พร้อมย้ำไทยเป็นเจ้าของกระบวนการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สีหศักดิ์หารือ รมว.ต่างประเทศมาเลเซีย ปมไฟใต้
- มาเลเซียตั้งอดีตเจ้ากรมข่าวกรองนั่งผู้อำนวยความสะดวก
- ย้ำไทยเป็นเจ้าของกระบวนการพูดคุยกับ BRN
- พ.ต.อ.ทวีชี้ปี 2570 ต้องมีข้อยุติความขัดแย้ง
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ได้เปิดเผยถึงผลการหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย โดยประเด็นสำคัญนอกเหนือจากเรื่องการค้า การลงทุน และการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ยังรวมถึงการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย
ทางด้านมาเลเซียซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการพูดคุยสันติสุข ได้ทำการแต่งตั้งผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่ ซึ่งเป็นอดีตเจ้ากรมข่าวกรองทหารบกมาเลเซีย โดยนายสีหศักดิ์แสดงความเชื่อมั่นว่าบุคคลดังกล่าวจะสามารถทำงานร่วมกับฝ่ายไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายสีหศักดิ์ยังได้กล่าวย้ำถึงจุดยืนสำคัญว่า แม้มาเลเซียจะรับบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก แต่ประเทศไทยคือเจ้าของกระบวนการพูดคุยอย่างแท้จริง การเจรจากับขบวนการบีอาร์เอ็น (BRN) ถือเป็นหัวใจสำคัญเนื่องจากเป็นผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังเหตุการณ์ต่างๆ นอกจากนี้ยังต้องมีการพูดคุยในประเด็นอื่นๆ และเปิดกว้างกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับอัตลักษณ์ ความเป็นอยู่ และการศึกษา
"การเพิ่มงบประมาณ หรืออาวุธยุทโธปกรณ์ ไม่ใช่ช่องทางการสร้างสันติภาพที่แท้จริง"
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของมุมมองจากผู้มีประสบการณ์ในพื้นที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เคยให้ทัศนะไว้อย่างน่าสนใจว่า ตามกรอบยุทธศาสตร์ได้กำหนดเป้าหมายไว้ว่าภายในปี พ.ศ. 2570 พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องมีข้อยุติความขัดแย้งและเกิดสันติสุข ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญาประชาคมที่ต้องทำให้สำเร็จ
การปรับเปลี่ยนผู้อำนวยความสะดวกจากฝั่งมาเลเซียโดยดึงอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองเข้ามาทำหน้าที่ สะท้อนถึงความพยายามยกระดับการประสานงานให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลผู้ประสานงานเท่านั้น หากแต่เป็นการสร้างความไว้วางใจและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริงตามที่ผู้นำท้องถิ่นได้สะท้อนมุมมองไว้
พ.ต.อ.ทวี ยังได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่าการแก้ไขปัญหาด้วยการเพิ่มงบประมาณหรือเสริมอาวุธยุทโธปกรณ์นั้นไม่ใช่ทางออกในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน ทางออกที่แท้จริงคือการเปิดใจพูดคุย และเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ได้กำหนดอนาคตของตนเองภายใต้รัฐธรรมนูญ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น