ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Adam Mosseri เผยกระแสเกลียด AI จะยิ่งแย่ลงในอีกไม่กี่ปี

อดัม โมสเซรี หัวหน้าทีม Instagram ระบุในพอดแคสต์ Colin and Samir ว่าความเกลียดชังและวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์จะทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมแจงปัญหาสแปม AI และความกลัวถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
29 Oct 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Adam Mosseri เผยกระแสเกลียด AI จะยิ่งแย่ลงในอีกไม่กี่ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • อดัม โมสเซรี หัวหน้า Instagram คาดการณ์ว่ากระแสต่อต้าน AI จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในอีกสองปีข้างหน้า
  • ความกังวลหลักมาจากความกลัวถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ความปลอดภัย และการสูญเสียงานในสายอาชีพ
  • Instagram กำหนดให้บัญชี AI ต้องติดป้ายกำกับชัดเจนเพื่อความโปร่งใสแก่ผู้ใช้งาน

อดัม โมสเซรี หัวหน้าผู้บริหารของ Instagram ได้ออกมาแสดงมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยระบุว่ากระแสด้านลบ ความวิตกกังวล และความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งเป้ามายัง AI ในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่จะยังคงอยู่เท่านั้น แต่ยังจะมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและแย่ลงกว่าเดิมอีกในช่วงสองปีข้างหน้า ซึ่งความรู้สึกต่อต้านเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงในกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือคนทำงานในสายงานสร้างสรรค์เท่านั้น แต่กำลังแผ่ขยายวงกว้างออกไปในหลายอุตสาหกรรม

ความคิดเห็นดังกล่าวถูกเปิดเผยระหว่างที่โมสเซรีไปร่วมพูดคุยในรายการพอดแคสต์ Colin and Samir โดยนอกจากจะพูดถึงการเปิดตัวฟีเจอร์วิดีโอแบบจอกว้างและวิดีโอยาวบน Instagram แล้ว เขายังยอมรับว่ากระแสความไม่พอใจต่อ AI นั้นมีทั้งประเด็นที่มีเหตุผลรองรับและไม่มีเหตุผล ซึ่งจะส่งผลให้การรับมือกับสถานการณ์นี้กลายเป็นเรื่องยากสำหรับหลายฝ่ายในอนาคตอันใกล้นี้

การที่ผู้บริหารระดับสูงของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียขนาดใหญ่อย่าง Instagram ออกมายอมรับตรงๆ ว่ากระแสต่อต้าน AI กำลังจะแย่ลง สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่สะสมระหว่างบริษัทเทคโนโลยีผู้พัฒนาเครื่องมือกับกลุ่มผู้ใช้งานและครีเอเตอร์ โดยเฉพาะปัญหาการนำผลงานไปฝึกโมเดล AI โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งกลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องลิขสิทธิ์และจริยธรรมที่ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน

smartphone mobile app screen interface close up

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในประเด็นเรื่องการจัดอันดับเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม โมสเซรีปฏิเสธว่า Instagram ไม่ได้มีระบบจัดอันดับครีเอเตอร์ที่ใช้งาน AI เป็นการเฉพาะ แต่เขาได้ตั้งข้อสังเกตถึงคุณภาพของเนื้อหา โดยยอมรับว่าในขณะที่มีคอนเทนต์ AI ชั้นดีอยู่จำนวนมาก ก็มีคอนเทนต์ขยะหรือที่เรียกว่า AI slop ปะปนอยู่ไม่น้อย ซึ่งระบบของ Instagram อาจจะยังไม่สามารถจัดอันดับคอนเทนต์คุณภาพสูงจาก AI ได้ดีเท่ากับคอนเทนต์ที่สร้างโดยมนุษย์ทั่วไป แม้ว่าเขาจะมองว่าคำว่า AI slop นี้ถูกนำมาใช้อย่างพร่ำเพรื่อเกินไปในบางครั้งก็ตาม

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"I think what it comes down to when you really have, like, a heart-to-heart with someone is a fear of being left behind in some way."

Adam Mosseri

นอกเหนือจากเรื่องคุณภาพคอนเทนต์แล้ว ทาง Instagram ยังต้องเผชิญกับปัญหาคอนเทนต์ปลอมแปลงประเภท Deepfake ของบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งโมสเซรียอมรับว่าทางแพลตฟอร์มกำลังเร่งหาแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง พร้อมระบุว่าการสั่งแบนเนื้อหา AI ทั้งหมดออกจากแพลตฟอร์มนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริงในทางปฏิบัติ

ด้วยเหตุนี้ Instagram จึงเริ่มบังคับให้บัญชีที่สร้างคอนเทนต์ด้วย AI ต้องทำการติดป้ายแสดงตัวตนอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งที่กำลังรับชมอยู่นั้นเป็นเรื่องจริงหรือถูกสร้างขึ้นโดยเทคโนโลยี โดยโมสเซรีระบุว่ารากเหง้าของความกลัวทั้งหมดที่ผู้คนมีต่อ AI ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกรรมสิทธิ์ในเนื้อหา ความปลอดภัย หรือความกังวลเรื่องการถูกแย่งงาน ทั้งในกลุ่มครีเอเตอร์ วิศวกร หรือแม้แต่นักคณิตศาสตร์ สุดท้ายแล้วล้วนมาจากความกลัวที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีทั้งสิ้น

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้