สถานการณ์ เอสเตเตา กับ เชลซี: เหตุใดจึงกลายเป็นตัวสำรอง
เอสเตเตา ดาวโรจน์วัย 19 ปีของเชลซี เผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากในการแย่งตำแหน่งภายใต้การคุมทีมของ ชาบี ออลอนโซ โดยเพิ่งลงสนามรวม 172 นาทีในฤดูกาลนี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เอสเตเตา วัย 19 ปี ย้ายจากพัลไมรัสมาอยู่กับเชลซีเมื่อซัมเมอร์ปีที่แล้ว
- เจ้าตัวยังไม่ได้ลงเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเลยภายใต้การคุมทีมของ ชาบี ออลอนโซ
- เปโดร เนโต ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนยึดตัวจริงฝั่งขวาและเพิ่งต่อสัญญา 6 ปี
- ออลอนโซระบุว่าเอสเตเตายังต้องปรับตัวให้เข้ากับความเข้มข้นของฟุตบอลอังกฤษ
เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว เอสเตเตา เคยเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงอย่างมากในพรีเมียร์ลีก หลังจากสวมบทฮีโร่ทำประตูชัยให้เชลซีเฉือนชนะลิเวอร์พูลในช่วงท้ายเกมเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ทว่าสถานการณ์ในปัจจุบันกลับตาลปัตร เมื่อดาวเตะชาวบราซิลวัย 19 ปี ซึ่งย้ายมาจากพัลไมรัสเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงในแผนการทำทีมของ ชาบี ออลอนโซ
ความยากลำบากของเอสเตเตาปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในเกมคาราบาวคัป รอบ 4 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเชลซีต้องตกรอบด้วยการพ่ายแพ้การดวลจุดโทษให้กับลิเวอร์พูลที่สนามแอนฟิลด์ แม้ว่าทัพสิงห์บลูส์จะได้ประตูขึ้นนำในครึ่งแรกจาก มอร์แกน โรเจอร์ส ก่อนที่ โคดี กัคโป จะยิงตีเสมอให้เจ้าถิ่น แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับเอสเตเตาคือ ในช่วงครึ่งหลังที่รูปเกมกำลังต้องการผู้เล่นเกมรุกเพื่อล่าชัยชนะ ออลอนโซกลับไม่ได้ส่งสัญญาณเรียกใช้งานเขาเลยแม้แต่น้อย
จุดเปลี่ยนที่ตอกย้ำความห่างเหินของเขากับทีมชุดใหญ่เกิดขึ้นในช่วงกลางครึ่งหลัง เมื่อออลอนโซตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นทีเดียว 3 คนรวดเพื่อหวังพลิกสถานการณ์ หนึ่งในนั้นคือ เอมานูเอล เอเมกา ที่เพิ่งย้ายมาจากสราสบูร์กและยังไม่เคยลงสนามให้ทีมชุดใหญ่เลย ทันทีที่มีการเปลี่ยนตัวครบ 5 คน เอสเตเตาได้แต่ยุติการอบอุ่นร่างกายและเดินกลับไปนั่งที่ม้าสำรองอย่างไร้ความหวัง
การจัดการทีมของ ชาบี ออลอนโซ ในฤดูกาลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันภายในสโมสรระดับพรีเมียร์ลีก ซึ่งผู้จัดการทีมมักเลือกใช้งานผู้เล่นที่มีความพร้อมด้านร่างกายและประสบการณ์ในลีกสูงสุดเป็นอันดับแรก การที่นักดาวรุ่งไม่ได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่องอาจเป็นบททดสอบสำคัญด้านจิตวิทยาและการปรับตัว ซึ่งสโมสรใหญ่มักต้องบริหารจัดการความคาดหวังของผู้เล่นอายุน้อยอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เสียความมั่นใจในระยะยาว
สถิติในฤดูกาลนี้ตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย โดยเอสเตเตาไม่เคยมีชื่อเป็น 11 ตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเลยสักนัดจาก 8 เกมภายใต้การคุมทีมของออลอนโซ ตัวเลขเวลาลงสนามรวมทุกรายการของเขาหยุดอยู่ที่ 172 นาทีเท่านั้น โดยแบ่งเป็น 125 นาทีในศึกอีเอฟแอลคัป นัดที่ชนะลูตัน ทาวน์ และลีดส์ ยูไนเต็ด
หลังเกมพ่ายแพ้ต่อลิเวอร์พูล ออลอนโซได้ออกมาปกป้องการตัดสินใจของตนเอง พร้อมระบุว่ากองหน้าดาวรุ่งรายนี้ยังต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับสภาพความฟิตและจังหวะการเล่นที่รวดเร็วของฟุตบอลอังกฤษ
"เขาน่าจะมีความสุขมากกว่านี้ เขาต้องการลงเล่น ผมมั่นใจว่าเอสเตเตาจะมีช่วงเวลาของตัวเอง มันคือความรับผิดชอบของผมเอง เราทราบดีว่าเกมในอังกฤษมีความเข้มข้นสูง และคุณต้องพร้อมสำหรับมัน เอสเตเตาอยู่ในฤดูกาลที่สองของเขา ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล"
ชาบี ออลอนโซ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้เอสเตเตายังคงต้องรอคอยโอกาสคือฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของ เปโดร เนโต ปีกทีมชาติโปรตุเกสวัย 26 ปี ซึ่งเกือบย้ายไปค้าแข้งในซาอุดีโปรลีกกับสโมสร อัล-อะฮ์ลี เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายตัดสินใจอยู่ค้าแข้งต่อในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ออลอนโซได้แสดงความเชื่อมั่นในตัวเนโตด้วยการส่งลงเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกถึง 7 จาก 8 นัด พร้อมกับตอบแทนด้วยสัญญาฉบับใหม่ระยะเวลา 6 ปี หลังทำไปแล้ว 4 ประตูจาก 11 นัดในฤดูกาลนี้
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้แนวรุกฝั่งขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งถนัดของเอสเตเตา ถูกครอบครองโดยเนโต ประกอบกับการที่ออลอนโซมักเลือกใช้ระบบ 3-4-2-1 โดยให้เนโตรับบทบาทวิงแบ็กฝั่งขวาที่มีความแน่นหนาในเกมรับมากกว่า ส่งผลให้โอกาสของดาวเตะบราซิเลียนยิ่งเหลือน้อยลงไปอีก แม้กระทั่งในวันที่ทีมขาด โคล พาลเมอร์ ที่ติดโทษแบน และ ชูเอา เปโดร ที่มีอาการบาดเจ็บ เอสเตเตาก็ยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามจนสร้างความประหลาดใจให้กับอดีตกองหน้าอย่าง คลินตัน มอร์ริสัน
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น