ปชน. ซัด ทส. เมินแก้สารพิษน้ำท่วมตะวันออก ด้านสุชาติสวนกลับ
พรรคประชาชนจี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งจัดการปัญหาสารพิษตกค้างจากน้ำท่วมภาคตะวันออก สุชาติลุกแจงโต้ส่งทีมลงพื้นที่แล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พรรคประชาชนตั้งกระทู้จี้รัฐบาลแก้ปัญหาสารพิษตกค้างจากอุทกภัยภาคตะวันออก
- กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกวิจารณ์ว่าละเลยผลกระทบสิ่งแวดล้อมระยะยาว
- สุชาติ ศักดิ์ศรี สมาชิกหรือตัวแทนจากฝั่งรัฐบาลลุกขึ้นชี้แจงโต้กลับทันควัน
- ยืนยันส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่ช่วงวิกฤตแล้ว
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเร็วๆ นี้ เกิดการปะทะคารมกันอย่างดุเดือดระหว่างสมาชิกพรรคประชาชน (ปชน.) กับตัวแทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) หลังจากทางพรรคประชาชนได้ยื่นกระทู้ถามสดเพื่อจี้ให้รัฐบาลเร่งจัดการกับปัญหาสารเคมีอันตรายและมลพิษที่ตกค้างมากับกระแสน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย
ตัวแทนจากพรรคประชาชนระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้สารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งเก็บของเสียรั่วไหลปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะและดินทำกิน ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกลับไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาหรือเยียวยาที่รวดเร็วและเป็นรูปธรรมมากพอ
ประเด็นสารพิษตกค้างหลังน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกถือเป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ เนื่องจากภูมิภาคนี้มีนิคมอุตสาหกรรมหนาแน่น การปนเปื้อนของโลหะหนักหรือสารเคมีอันตรายในดินและน้ำใต้ดินอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อห่วงโซ่อาหารและสุขภาพของคนในชุมชน การที่ฝ่ายค้านหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายในสภาจึงเป็นการกดดันให้หน่วยงานรัฐต้องเร่งเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบคุณภาพน้ำและแผนการฟื้นฟูอย่างโปร่งใส
ทางด้าน สุชาติ ได้ลุกขึ้นชี้แจงและโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าวในทันที โดยยืนยันว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้นิ่งนอนใจและไม่ได้ละเลยต่อปัญหาที่เกิดขึ้นตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด พร้อมทั้งระบุว่าทางหน่วยงานได้จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ไปตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อวิเคราะห์สารพิษตั้งแต่วันแรกๆ ที่เกิดวิกฤตน้ำท่วมแล้ว
"ส่งทีมไปก่อนใคร เหน็บรู้มาก รอให้มาเป็นรมต."
สุชาติ
นอกจากคำชี้แจงเรื่องการส่งทีมงานลงพื้นที่แล้ว สุชาติยังได้กล่าวเชิงเหน็บแนมกลับไปยังสมาชิกพรรคประชาชนในทำนองว่า รู้ข้อมูลดีและรู้มากเสียยิ่งกว่าคนปฏิบัติงานจริง พร้อมทั้งท้าทายให้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีบริหารงานเองหากคิดว่าสามารถจัดการปัญหาได้ดีกว่า ซึ่งสร้างความฮือฮาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในที่ประชุมสภา
ข้อพิพาทดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นการแก้ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วนและจริงจังจากภาครัฐ
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น