ทรงศักดิ์ยันรัฐบาลพร้อมรับมือน้ำท่วมใต้ ถอดบทเรียนแก้ท่วมแล้ง
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ เผยที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 29 ต.ค. 2569 รัฐบาลเตรียมมาตรการรับมือน้ำท่วมภาคใต้และเยียวยา พร้อมเร่งหาพื้นที่รับน้ำเพิ่มแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายทรงศักดิ์ ทองศรี ยืนยันรัฐบาลเตรียมมาตรการรับมือน้ำท่วมภาคใต้ครบวงจร
- มุ่งเน้นการเยียวยารวดเร็วและลดความเสียหายให้ประชาชนมากที่สุด
- ชี้ปัญหาหลักคือพื้นที่รับน้ำไม่เพียงพอและส่วนใหญ่เป็นของเอกชน
- สทนช. จัดทำแผนผังรับน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างยั่งยืน
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยระบุว่าการบริหารจัดการน้ำในปัจจุบันจำเป็นต้องมีความระมัดระวังรอบคอบเพื่อให้ประชาชนเกิดความสบายใจ ยืนยันว่าภาครัฐได้เตรียมมาตรการรับมือไว้ล่วงหน้า พร้อมทั้งมีการคาดการณ์สถานการณ์และจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่รวมถึงแผนการเยียวยาไว้อย่างพร้อมเพรียง ความตั้งใจสูงสุดคือการดูแลประชาชนให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าภัยธรรมชาติจะเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ภาครัฐก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลังความสามารถในการเข้าช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น
ทางด้านสถานการณ์ภาคใต้นั้นถือเป็นพื้นที่ที่มักเผชิญความกังวลเป็นประจำทุกปี เนื่องจากมวลน้ำจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมักจะไหลลงมาสมทบและสิ้นสุดที่ภาคใต้ ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จึงได้พยายามนำบทเรียนจากเหตุการณ์ในอดีตมาถอดบทเรียนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว จากการประเมินพบว่าอุปสรรคสำคัญคือกำลังการรองรับน้ำที่ยังมีไม่เพียงพอ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นกรรมสิทธิ์ของภาคเอกชน ทำให้ สทนช. ต้องเร่งจัดทำแผนผังพื้นที่รับน้ำในแต่ละจุดเพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำส่วนเกินอย่างเป็นระบบ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาสุกดิบเรื่องอุทกภัย แต่ยังเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำแล้งควบคู่กันไปเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยมักเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการจัดการน้ำข้ามลุ่มน้ำและการหาพื้นที่หน่วงน้ำ (Retention Area) ในฤดูน้ำหลาก การที่ภาครัฐพยายามบูรณาการข้อมูลร่วมกับ สทนช. เพื่อทำแผนผังพื้นที่รับน้ำถือเป็นก้าวสำคัญ แต่ความท้าทายหลักคือการเวนคืนหรือทำความตกลงร่วมกับเจ้าของที่ดินเอกชน ซึ่งมักใช้เวลาและต้องอาศัยงบประมาณชดเชยสูง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยกฎหมายผังเมืองที่เข้มงวดควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น