OBR เผยเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรเผชิญวิกฤตพลังงานจากตะวันออกกลาง
สำนักงานความรับผิดชอบงบประมาณ (OBR) คาดการณ์เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรชะลอตัว เงินเฟ้อพุ่งแตะ 3.8% ในปี 2027 และดอกเบี้ยอาจขยับสูงถึง 4.5%

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- OBR หั่นคาดการณ์การเติบโตปีหน้าเหลือ 1% จากเดิม 1.6%
- เงินเฟ้อคาดว่าจะพุ่งสูงสุดที่ 3.8% ในปี 2027
- อัตราดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นสูงถึง 4.5% ในอีกไม่ กี่ปีข้างหน้า
- ราคาน้ำมันและค่าพลังงานพุ่งกระทบค่าน้ำมันและค่าครองชีพ
สำนักงานความรับผิดชอบงบประมาณ (OBR) ของสหราชอาณาจักร เปิดเผยรายงานการประเมินเศรษฐกิจล่าสุด โดยระบุว่า แม้สหราชอาณาจักรจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน แต่ประเทศกำลังได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ผ่านวิกฤตราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งกลายเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดต่อเศรษฐกิจในระยะอันใกล้นี้ ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจสะดุดลง ค่าครองชีพฝืดเคือง และเพิ่มภาระหนี้สินของรัฐบาล
จากสถานการณ์ดังกล่าว OBR ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับปีหน้าลงอย่างมากจากเดิมที่เคยประเมินไว้ 1.6% เหลือเพียง 1% เท่านั้น แม้ว่าจะมีการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตในปีนี้ขึ้นเล็กน้อยก็ตาม โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งในปีถัดๆ ไป ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อทวีความรุนแรงขึ้นจากค่าพลังงานที่แพงขึ้นซึ่งส่งผ่านไปยังห่วงโซ่อุปทานและผู้บริโภค

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านราคาน้ำมัน ปัจจุบันราคาน้ำมันเบนซินในสหราชอาณาจักรขยับขึ้นไปอยู่ที่เกือบ 1.73 ปอนด์ต่อลิตรโดยเฉลี่ย ส่วนดีเซลอยู่ที่เกือบ 1.99 ปอนด์ต่อลิตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ เช่น อาหาร เนื่องจากการขนส่งต้องพึ่งพารถบรรทุกและรถตู้ OBR จึงคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม โดยจะพุ่งแตะระดับ 3.8% ในปี 2027 ก่อนที่จะค่อยๆ ลดลงสู่เป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางอังกฤษในช่วงปลายทศวรรษนี้
"มาตรการเยียวยาค่าครองชีพจากรัฐบาลเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเฟ้อที่พุ่งสูงที่เราคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวนี้"
นักเศรษฐศาสตร์จาก Pantheon Macroeconomics
สถานการณ์เงินเฟ้อที่พุ่งสูงนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อมาตรฐานการครองชีพ โดย OBR คาดว่ารายได้ที่ใช้จ่ายได้จริงของครัวเรือนจะลดลงในปีหน้าเนื่องจากค่าพลังงานที่สูงขึ้น และผู้ที่มีรายได้น้อยจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านพลังงานกินสัดส่วนที่มากกว่าในงบประมาณประจำเดือน นอกจากนี้ ธนาคารกลางอังกฤษคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้าจากปัจจุบันที่ 3.75% สู่ระดับสูงสุดที่ 4.5% เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อ
การที่ OBR ต้องปรับลดคาดการณ์ทางเศรษฐกิจและปรับเพิ่มตัวเลขเงินเฟ้อสะท้อนให้เห็นว่า ห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกมีความเปราะบางสูงเพียงใดเมื่อเกิดความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการ แต่ยังลามไปถึงต้นทุนการผลิต การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และภาระหนี้สาธารณะของรัฐบาลผ่านการใช้จ่ายด้านสวัสดิการที่ต้องเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้ธนาคารกลางต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการดูแลการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยากลำบาก
ในส่วนของการกู้ยืมภาครัฐ OBR ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะทำให้ต้นทุนการชำระหนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับการใช้จ่ายด้านสวัสดิการและเงินบำนาญที่ต้องปรับเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อ ทำให้ยอดการกู้ยืมรวมของรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้นทุกปีมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เดิม อย่างไรก็ตาม ทาง OBR ยอมรับว่าตัวเลขคาดการณ์เหล่านี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และอนาคตของสงครามอาจพลิกผันมุมมองด้านเงินเฟ้อได้อีก
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น