กรณ์ ปชป. ยันลุยซักฟอกใหญ่ ธ.ค. 2569 ยังไม่คุย ม.152
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุที่รัฐสภาเมื่อ 29 ต.ค. 2569 ว่ายังไม่ได้พูดคุยกับพรรคประชาชนเรื่องอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 โดยพรรคปชป. มุ่งเป้าหลักไปที่ศึกซักฟอกตามมาตรา 151 ในเดือนธันวาคมนี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กรณ์ จาติกวณิช ระบุพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้คุยกับพรรคประชาชนเรื่องอภิปราย ม.152
- ยันพรรค ปชป. มีเป้าหมายหลักลุยศึกซักฟอกใหญ่ตามมาตรา 151 ในเดือนธันวาคม 2569 นี้
- ระบุการพิจารณาเรื่องมาตรา 152 ต้องรอฟังความชัดเจนและเหตุผลจากผู้นำฝ่ายค้านก่อน
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ณ อาคารรัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 โดยระบุว่าประเด็นดังกล่าวควรเป็นการหารือผ่านทางวิปพรรค และเท่าที่รับทราบข้อมูลในขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้แต่อย่างใด
นายกรณ์ได้เน้นย้ำว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ได้มีการเตรียมพร้อมสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดวันและเวลาตามกรอบที่ได้ตกลงกันไว้เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลของพรรคในรอบนี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมว่า หากทางพรรคประชาชนได้เข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับการร่วมมือเปิดอภิปรายตามมาตรา 152 ทางพรรคประชาธิปัตย์จะมีความพร้อมเข้าร่วมขบวนการด้วยหรือไม่ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ชี้แจงว่า ทางพรรคจำเป็นจะต้องรอดูความชัดเจนและรับฟังเหตุผลเสียก่อน อันดับแรกสุดจะต้องรอความชัดเจนจากทางผู้นำฝ่ายค้านว่ามีความตั้งใจและมีแนวทางอย่างไรในการดำเนินการดังกล่าว
"เรารอฟังเป้าหมายและเหตุผล อันดับแรกคือ จะต้องรอความชัดเจนจากผู้นำฝ่ายค้านว่า ท่านมีความตั้งใจอย่างไร แต่ถ้าถามตนวันนี้มีความชัดเจนเรื่อง 151 วันนี้มีความชัดเจนแล้วว่าจะอภิปรายเมื่อไร นั่นคือเป้าหมายหลักของเรา"
กรณ์ จาติกวณิช
การอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 และการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 เป็นกลไกสำคัญในระบบรัฐสภาไทยที่ฝ่ายค้านใช้ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร แม้ทั้งสองมาตราจะมุ่งเน้นการตรวจสอบเหมือนกัน แต่มาตรา 151 มีน้ำหนักรุนแรงกว่าเนื่องจากการลงมติอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ การที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศโฟกัสไปที่มาตรา 151 ในเดือนธันวาคม 2569 สะท้อนให้เห็นถึงการจัดลำดับความสำคัญของพรรคในการขับเคลื่อนเกมตรวจสอบรัฐบาลในช่วงเวลานั้น
ท่าทีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการทำงานของพรรคฝ่ายค้านที่ต้องอาศัยการประสานงานและการกำหนดทิศทางร่วมกันอย่างรอบคอบ เพื่อให้การยื่นญัตติในแต่ละมาตราเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการตรวจสอบรัฐบาลตามครรลองระบอบประชาธิปไตย
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น