ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ปัญหามลพิษน้ำยังวิกฤต แม้ทุ่มงบลงทุน 5,000 ล้านปอนด์

รายงานร่วมครั้งแรกของหน่วยงานกำกับดูแลระบุ มลพิษทางน้ำในอังกฤษและเวลส์ยังคงสูง แม้จะมีการลงทุนกว่า 5,000 ล้านปอนด์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
29 Oct 2026ที่มา: BBC Science & Environment3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ปัญหามลพิษน้ำยังวิกฤต แม้ทุ่มงบลงทุน 5,000 ล้านปอนด์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • รายงานร่วมครั้งแรกจาก 4 หน่วยงานกำกับดูแลน้ำในอังกฤษและเวลส์
  • บริษัทน้ำได้คะแนนรวมแย่ที่สุดเป็นประวัติการณ์เพียง 16 จาก 36 ดาว
  • ปัญหาการปล่อยมลพิษร้ายแรงยังคงอยู่ในระดับสูงแม้ลงทุนไป 5,000 ล้านปอนด์
  • บิลค่าน้ำของประชาชนคาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ย 36% เพื่ออัปเกรดระบบ

ประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทน้ำในสหราชอาณาจักรลดต่ำลงอีกครั้งในปีที่ผ่านมา แม้จะมีเม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก โดยนี่คือผลการประเมินจากรายงานร่วมฉบับแรกของบรรดาหน่วยงานกำกับดูแลที่ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2026 แม้ว่าบริษัทเหล่านี้จะได้รับคำชมในเรื่องของการลดปัญหาการหยุดชะงักของการให้บริการ แต่เหตุมลพิษทางสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงยังคงเป็นความกังวลครั้งใหญ่ที่สร้างความผิดหวังให้กับประชาชน

อลัน ลอฟเวลล์ ประธานสำนักงานสิ่งแวดล้อม (Environment Agency - EA) ระบุว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการปฏิบัติงานที่ยังคงต่ำกว่ามาตรฐานที่ประชาชนและหน่วยงานกำกับดูแลคาดหวังไว้อย่างมาก โดยปัจจุบันมีหน่วยงาน 4 แห่งทำหน้าที่ตรวจสอบดูแลบริษัทน้ำ ได้แก่ สำนักงานสิ่งแวดล้อม, เนเชอรัลรีซอร์สส์เวลส์, ออฟวัต (Ofwat) และ inspectorate ด้านน้ำ ซึ่งการจัดทำรายงานร่วมกันครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบรับแนวทางการควบรวมหน่วยงานให้เป็นองค์กรเดียวตามนโยบายของรัฐบาลเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์

UK water pipeline sewage treatment facility

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในด้านผลงานด้านสิ่งแวดล้อมถือว่าน่าผิดหวังอย่างยิ่ง โดยในอังกฤษบริษัทน้ำได้รับคะแนนรวมกันเพียง 16 ดาวจากคะแนนเต็ม 36 ดาว ซึ่งนับเป็นคะแนนรวมที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ในเวลส์ บริษัท ดีร์ ไซม์รู เวลช์ วอเตอร์ (Dŵr Cymru Welsh Water) ได้รับการจัดอันดับอยู่ที่ 2 จาก 4 ดาวโดยเนเชอรัลรีซอร์สส์เวลส์ โดยทาง EA ชี้แจงว่าคะแนนที่ตกต่ำลงนี้มาจากทั้งประสิทธิภาพการทำงานที่แย่ลงในบางพื้นที่ และมาตรฐานการประเมินที่เข้มงวดมากขึ้นของหน่วยงานเอง

£5bnงบลงทุนในรอบ 5 ปี
36%คาดการณ์ค่าน้ำแพงขึ้น

ที่ผ่านมาในช่วง 5 ปีล่าสุด มีการลงทุนไปแล้วกว่า 5,000 ล้านปอนด์เพื่อพยายามแก้ไขปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม และบริษัทน้ำยังได้ให้คำมั่นว่าจะทุ่มงบลงทุนระดับสถิติไปจนถึงปี 2030 เพื่อปรับปรุงเครือข่ายท่อและโรงงานบำบัดน้ำเสีย อย่างไรก็ตาม การลงทุนมหาศาลนี้ได้ส่งผลให้คาดการณ์ว่าบิลค่าน้ำของลูกค้าจะพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 36% ตามไปด้วย

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ผลลัพธ์เหล่านี้เปิดเผยให้เห็นถึงขนาดของปัญหาการดำเนินงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานทั่วทั้งภาคส่วน"

Alan Lovell, Chair of the Environment Agency

ลอฟเวลล์ยังกล่าวเสริมด้วยว่า แม้จะมีเงินทุนสนับสนุน แต่ไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะส่งมอบโครงการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมตามที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมา ส่วนในอนาคตสิ่งสำคัญคือการลงทุนเพิ่มเติมจะต้องส่งผลให้น้ำมีความสะอาดขึ้น มีระบบนิเวศที่ดีขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชนได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคน้ำ (Consumer Council for Water) ยังเปิดเผยว่ายอดร้องเรียนจากครัวเรือนพุ่งสูงขึ้นถึง 84% ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 20 ปี

วิกฤตการณ์ด้านน้ำในสหราชอาณาจักรสะท้อนให้เห็นความท้าทายเชิงโครงสร้างในการบริหารจัดการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่ผ่านมาโครงข่ายท่อระบายน้ำส่วนใหญ่มีอายุเก่าแก่และไม่รองรับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้มีการรวมหน่วยงานกำกับดูแลเป็นองค์กรเดียวจึงเป็นความพยายามอุดรูรั่วเชิง bureaucratic เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายและการลงโทษบริษัทน้ำที่ทำผิดทำได้รวดเร็วและเด็ดเดี่ยวมากขึ้น

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม เดม แองเจลา อีเกิล กล่าวว่าเธอกำลังเรียกร้องคำตอบจากบริษัทที่ล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่ และระบุว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าสร้างระบบน้ำที่ใช้งานได้จริงสำหรับผู้จ่ายเงิน แม้ว่ากระบวนการทั้งหมดจะต้องใช้เวลา แต่การลงทุนระดับสถิติจะช่วยรักษาความมั่นคงทางน้ำและยุติการปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำและทะเลในที่สุด

ที่มา: BBC Science & Environment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้