SuperMe ระดมทุน 20 ล้านดอลลาร์ สร้างเครือข่าย AI ผู้เชี่ยวชาญ
SuperMe สตาร์ทอัพที่ก่อตั้งโดย Casey Winters และ Ludo Antonov ระดมทุน 20 ล้านดอลลาร์ นำโดย Forerunner เพื่อขยายเครือข่าย AI แชทกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- SuperMe ระดมทุนรอบใหม่ 20 ล้านดอลลาร์ นำโดย Forerunner และ Greylock Partners
- แพลตฟอร์มสร้างโปรไฟล์ AI จากความรู้ของมืออาชีพตัวจริงเพื่อให้คำปรึกษา
- ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำถามเพื่อเปิดกลุ่มสนทนากับเหล่าผู้เชี่ยวชาญ AI ได้ทันที
- รองรับ Model Context Protocol (MCP) ให้ใช้งานผ่าน ChatGPT และ Claude ได้
เมื่อผู้คนเผชิญกับปัญหาด้านหน้าที่การงานหรือต้องการคำปรึกษา มักจะต้องพึ่งพาเครือข่ายคนรู้จักเพื่อหาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์คล้ายคลึงกัน แต่ในปัจจุบันบทบาทดังกล่าวเริ่มถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทำให้เกิดแนวคิดในการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่เพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ
SuperMe คือเครือข่ายโปรไฟล์ AI ที่ถูกสร้างขึ้นจากองค์ความรู้ของมนุษย์ผู้เชี่ยวชาญในโลกความเป็นจริง เมื่อผู้ใช้งานส่งคำถามเข้าไป ระบบจะทำการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมที่สุด พร้อมกับสร้างห้องแชทกลุ่มซึ่งประกอบด้วยโปรไฟล์ AI ของบุคคลเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบที่ครอบคลุม
สตาร์ทอัพแห่งนี้ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบล่าสุดด้วยเม็ดเงินสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์ โดยมี Kirsten Green จาก Forerunner เป็นผู้ นำการลงทุน พร้อมด้วยการเข้าร่วมจาก Greylock Partners เพื่อช่วยขยายเครือข่ายให้เติบโตทั้งฝั่งผู้ใช้งานและฝั่งผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาแบ่งปันความรู้
บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2024 โดย Casey Winters อดีตผู้บริหารจาก Grubhub, Pinterest และ Eventbrite ร่วมกับ Ludo Antonov อดีตหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมจาก Pinterest, Lyft และ Whatnot ทั้งคู่รู้จักกันในช่วงที่ Winters เป็นที่ปรึกษาให้กับ Whatnot และตัดสินใจร่วมมือกันสร้างธุรกิจเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ในยุคที่ ChatGPT เริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
"มีเครือข่ายลับในซิลิคอนแวลลีย์ที่รู้ว่าใครคือนักเชี่ยวชาญที่ดีที่สุดสำหรับทักษะเฉพาะด้าน ไอเดียของเราคือ ทำอย่างไรจึงจะทำให้เครือข่ายนั้นมีความโปร่งใส และดึงเอาอินไซต์สำคัญที่อยู่ในหัวของพวกเขาออกมาให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น"
Casey Winters
วิธีการใช้งาน ผู้ใช้สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของ SuperMe เพื่อพิมพ์คำถามลงในแชทบอตและเริ่มต้นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ยังสามารถกลับมายังกลุ่มเดิมเพื่อถามคำถามติดตามผลเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา โดยแพลตฟอร์มยังทำงานร่วมกับ Model Context Protocol (MCP) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ช่วยให้แชทบอตภายนอกอย่าง Claude และ ChatGPT สามารถเชื่อมต่อเข้ามาใช้งานได้อีกด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านการรวบรวมข้อมูล SuperMe ทำการสแกนจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ เช่น LinkedIn, YouTube, Substack และบล็อก รวมถึงดึงข้อมูลจากแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อ เช่น Google Drive, Notion, Gmail และเครื่องมือจดโน้ตการประชุมอย่าง Granola โดยทางบริษัทระบุว่าแม้ข้อมูลบางส่วนจะมีข้อมูลส่วนบุคคลและความลับทางการค้า แต่จะมีการคัดกรองอย่างเข้มงวดเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีข้อมูลเหล่านี้รั่วไหลไป บริบทเพิ่มเติม: การใช้เทคโนโลยี Model Context Protocol (MCP) ช่วยให้ AI สามารถเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือภายนอกได้อย่างปลอดภัยและมีโครงสร้างมาตรฐาน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้อีโคซิสเต็มของแชทบอตมีความยืดหยุ่นและทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น แทนที่จะทำงานแบบแยกส่วนอิสระเหมือนในอดีต ในปัจจุบันบริการนี้ยังเปิดให้ใช้งานฟรี แต่มีแผนจะจำกัดจำนวนคำถามและคิดค่าบริการในอนาคต พร้อมทั้งวางระบบจูงใจให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเติมข้อมูลมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานราว 13 คนและกำลังเปิดรับสมัครทีมงานเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาโมเดลภาษาและการจับคู่ผู้เชี่ยวชาญ
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น