IndiGo 2026: ซีอีโอ Willie Walsh ผลักดันเพิ่มรายได้ต่อหัว
IndiGo เผชิญผลขาดทุนสุทธิ 1.88 หมื่นล้านรูปีในไตรมาสกันยายน ซีอีโอคนใหม่ Willie Walsh เล็งดันรายได้เสริมและที่นั่งพรีเมียมตามโมเดล Ryanair

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- IndiGo ขาดทุนสุทธิ 18.8 พันล้านรูปีในไตรมาสกันยายน แม้รายได้โต 26%
- Willie Walsh ซีอีโอคนใหม่วางกลยุทธ์เพิ่มรายได้ต่อผู้โดยสาร 3 ด้านหลัก
- ได้รับแรงบันดาลใจจากโมเดล Ryanair แต่ติดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบของอินเดีย
สายการบิน IndiGo กำลังปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อรับมือกับจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง โดยหันมาใช้แนวทางของ Ryanair ในการรีดรายได้จากผู้โดยสารแต่ละคนให้ได้มากที่สุด แม้ว่ากฎระเบียบการบินภายในประเทศอินเดียจะมีข้อจำกัดบางประการที่ทำให้ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ทั้งหมดก็ตาม
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา IndiGo สร้างความยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ด้วยกลยุทธ์ตั๋วราคาประหยัดและการควบคุมต้นทุนให้ต่ำที่สุด แต่ปัจจุบันซีอีโออย่าง Willie Walsh ต้องการให้สายการบินสร้างรายได้เพิ่มจากผู้โดยสารแต่ละราย ผ่านการขายที่นั่งพรีเมียม บริการเสริม และโปรแกรมสะสมคะแนน ควบคู่ไปกับการรักษาฐานรากความเป็นสายการบินราคาประหยัดที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียเอาไว้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม ภายหลังการลาออกของอดีตซีอีโอ Pieter Elbers ทาง Rahul Bhatia ผู้ร่วมก่อตั้ง IndiGo เคยยืนยันแล้วว่าแกนหลักของสายการบินที่เน้นเครื่องบินลำตัวแคบและราคาประหยัดจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
ในการประชุมรายงานผลประกอบการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา Willie Walsh ได้กล่าวถึงทิศทางและลำดับความสำคัญในยุคเริ่มต้นของการรับตำแหน่งซีอีโอ โดยระบุว่ายังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมากในสามส่วนสำคัญ ได้แก่ ที่นั่งพรีเมียม รายได้เสริมต่อผู้โดยสาร และโปรแกรมสมาชิกในระยะยาว
“There’s scope for growth in those three segments — premium, ancillary revenues per passenger and in the longer-term loyalty”
Willie Walsh
กลยุทธ์การเพิ่มรายได้เสริมหรือ Ancillary Revenue ถือเป็นหัวใจสำคัญของสายการบินต้นทุนต่ำทั่วโลก เช่น การคิดค่าเลือกที่นั่ง ค่าสัมภาระ หรือบริการบนเครื่อง แต่กรณีของ IndiGo ในอินเดียมีความท้าทายสูงเนื่องจากข้อบังคับของภาครัฐที่ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องค่าธรรมเนียมผู้โดยสาร การดึงโมเดลของ Ryanair มาปรับใช้จึงต้องอาศัยความสมดุลระหว่างการหารายได้เพิ่มและการรักษาฐานลูกค้าตั๋วถูกซึ่งเป็นจุดแข็งดั้งเดิม
ความจำเป็นในการปรับตัวครั้งนี้ทวีความเร่งด่วนมากขึ้น เนื่องจากข้อมูลในไตรมาสเดือนกันยายนระบุว่า แม้รายได้รวมของ IndiGo จะปรับตัวสูงขึ้น 26% แต่ต้นทุนด้านเชื้อเพลิงกลับทะยานขึ้นสูงถึง 67% ส่งผลให้สายการบินต้องบันทึกผลขาดทุนสุทธิประมาณ 1.88 หมื่นล้านรูปี หรือราว 197 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ตัวเลขดังกล่าวจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับผลขาดทุน 2.58 หมื่นล้านรูปี หรือ 271 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดย Walsh เปิดเผยว่าสายการบินเพิ่งฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนเท่านั้น
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น