Snapchat ผนึกกำลังแพลตฟอร์มดัง สกัดคอนเทนต์ปลอมจาก AI
Snapchat เดินหน้าชนปัญหา AI slop ร่วมวง YouTube, LinkedIn และ Substack กรองเนื้อหาปลอมที่ล้นโซเชียลมีเดีย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Snapchat เข้าร่วมกลุ่มแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพื่อต่อสู้กับคอนเทนต์ AI ปลอม
- ไม่แบน AI ทั้งหมด แต่ยังอนุญาตให้ใช้เครื่องมือแต่งภาพและวิดีโอได้
- ตามรอย YouTube, LinkedIn และ Substack ที่เพิ่งออกกฎเหล็กในรอบสองสัปดาห์
กระแสของเนื้อหา บทความ ภาพนิ่ง และวิดีโอที่ถูกสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์หรือที่เรียกกันว่า AI slop กำลังแพร่สะพัดอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ ท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เร่งพัฒนาเครื่องมือ Generative AI ให้ใช้งานง่ายขึ้นเรื่อยๆ จนใครๆ ก็สามารถเนรมิตเรียงความหรือวิดีโอที่ดูสมจริงได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ล่าสุด Snapchat กลายเป็นแพลตฟอร์มล่าสุดที่ลุกขึ้นมาจัดการเรื่องนี้ หลังจากในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง YouTube, LinkedIn และ Substack ได้ทยอยเปิดตัวมาตรการรับมือที่คล้ายคลึงกัน เพื่อปกป้องฟีดข้อมูลของผู้ใช้งานจากการท่วมท้นของข้อมูลเทียมเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม ทาง Snap ตัดสินใจไม่ถึงขั้นแบนหรือห้ามเนื้อหาที่สร้างจาก AI บน Snapchat ทั้งหมด เนื่องจากตัวแอปพลิเคชันเองก็มีเครื่องมือ AI สำหรับช่วยปรับแต่งเนื้อหาภายในตัว ดังนั้น คอนเทนต์ที่ถูกปรับปรุงหรือแก้ไขด้วย AI จึงยังคงปรากฏอยู่ในระบบแนะนำคอนเทนต์ให้ผู้ใช้งานได้เห็นตามปกติ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ปรากฏการณ์ AI slop บนโซเชียลมีเดียสะท้อนให้เห็นถึงดาบสองคมของเทคโนโลยี Generative AI แม้ว่าเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และความสะดวกรวดเร็ว แต่เมื่อถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อปั๊มคอนเทนต์ปริมาณมหาศาลเพื่อหวังยอดวิวหรือรายได้โดยปราศจากคุณภาพ ก็สร้างความสั่นคลอนต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตโดยรวม การที่แพลตฟอร์มต่างๆ เริ่มออกมาตรการกรองเนื้อหาจึงเป็นสัญญาณสำคัญของการจัดระเบียบครั้งใหญ่ในยุคดิจิทัล
ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น LinkedIn เครือข่ายสังคมออนไลน์สายอาชีพ ที่เพิ่งเปิดตัวปุ่มรายงานโพสต์หรือคอมเมนต์ที่เข้าข่ายสร้างโดย AI ไปเมื่อสัปดาห์นี้ รวมถึงการถอดฟีเจอร์ตัวช่วยแนะนำข้อความอัตโนมัติที่ชวนให้ผู้ใช้แต่งเติมโพสต์ด้วย AI กลับมาใช้เครื่องมือตรวจทานคำผิดแบบดั้งเดิมแทน ขณะที่ YouTube เจ้าแห่งวิดีโอแพลตฟอร์มก็ได้ปรับปรุงนโยบายการสร้างรายได้เพื่อสกัดช่องที่มีแต่คอนเทนต์ AI ล้วนๆ เช่นกัน
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น