ฟลาวีโอ โบลโซนาโร ประกาศตัวเป็นผู้นำบราซิลหลังพ่ายเลือกตั้ง
ฟลาวีโอ โบลโซนาโร ย้ายไปสหรัฐฯ หลังแพ้เลือกตั้งให้แก่ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ด้วยคะแนนห่างกัน 4.4 ล้านเสียง พร้อมอ้างข้อกล่าวหาเรื่องการโกงเลือกตั้ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ฟลาวีโอ โบลโซนาโร เรียกตัวเองว่าเป็นผู้นำบราซิลและผู้นำฝ่ายค้านในสหรัฐฯ
- พ่ายแพ้ต่อ ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ในการเลือกตั้งรอบตัดสินด้วยคะแนนห่าง 4.4 ล้านเสียง
- เดินทางออกจากบราซิลโดยไม่ยอมส่งมอบหนังสือเดินทางตามคำสั่งศาลสูงสุด
- รัฐบาลสหรัฐฯ ออกวีซ่าให้แก่โบลโซนาโรและครอบครัวท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการหลบหนีคดี
ฟลาวีโอ โบลโซนาโร บุตรชายของอดีตผู้นำบราซิล ได้ออกมาเรียกขานตนเองผ่านทางบัญชี X ว่าเป็นผู้นำของประเทศบราซิลและประชาคมโลก พร้อมประกาศกร้าวว่าจะทำหน้าที่นำฝ่ายค้านจากสหรัฐอเมริกา หลังจากที่เขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งรอบตัดสินเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาให้กับคู่แข่งฝ่ายซ้ายอย่าง ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ด้วยผลคะแนนที่ทิ้งห่างกันถึง 4.4 ล้านเสียง โดยที่ตัวเขาเองยังคงปฏิเสธที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้อย่างเป็นทางการ
ในจดหมายเปิดผนึกที่เขาเผยแพร่ออกมา โบลโซนาโรได้กล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานสนับสนุนว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของการโกงการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาเดียวกับที่เขาเคยหยิบยกขึ้นมาพูดตั้งแต่คืนวันเลือกตั้ง โดยอ้างว่าการขยายเวลาลงคะแนนเสียงในวันอาทิตย์ส่งผลประโยชน์ให้กับคู่แข่งของตนเอง อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ข้อมูลการเลือกตั้งโดย BBC Brazil และ BBC Verify พบว่ามีผู้มาใช้สิทธิในช่วงเวลาขยายเวลาดังกล่าวเพียงประมาณ 34,000 คนเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับผลต่างคะแนน 4.4 ล้านเสียงระหว่างลูลาและโบลโซนาโร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ในจดหมายฉบับดังกล่าว โบลโซนาโรยังได้กล่าวถึงการเดินทางออกจากประเทศบราซิลของตนเอง ซึ่งสร้างความสับสนให้แก่สาธารณชนหลังจากการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานกว่า 24 ชั่วโมง ก่อนที่ความจริงจะปรากฏว่าเขาได้เดินทางข้ามพรมแดนทางบกไปยังประเทศอาร์เจนตินา และขึ้นเครื่องบินต่อไปยังรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีการแวะพักเพื่อเติมน้ำมันช่วงสั้นๆ ที่ประเทศเอกวาดอร์ การเดินทางออกนอกประเทศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาฝ่าฝืนคำสั่งของศาลสูงสุดที่กำหนดให้เขาต้องส่งมอบหนังสือเดินทางให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนสอบสวนในคดีฟอกเงินที่กำลังดำเนินอยู่
แม้ว่าโบลโซนาโรจะถูกสอบสวนในคดีฟอกเงิน แต่จนถึงขณะนี้เขายังไม่ถูกตั้งข้อหาใดๆ และได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมทั้งประณามการสืบสวนดังกล่าวว่าเป็นกระบวนการล่าแม่มดที่มีแรงจูงใจทางการเมือง เขาระบุว่าตนเองไม่เคยมีความตั้งใจที่จะหนีออกนอกประเทศ แต่จำต้องเดินทางออกมาเนื่องจากตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งทางการเมือง
"ผมขอสื่อสารไปยังประชาชนชาวบราซิลและประชาคมระหว่างประเทศ ในฐานะผู้นำของบราซิล"
ฟลาวีโอ โบลโซนาโร
อย่างไรก็ตาม ในจดหมายฉบับร่างเวอร์ชันก่อนหน้าที่ถูกลบทิ้งไป โบลโซนาโรเคยใช้ถ้อยคำที่รุนแรงกว่าโดยระบุว่าตนเองเป็น "ประธานาธิบดีที่ชอบธรรมของบราซิล" ก่อนที่จะทำการแก้ไขข้อความดังกล่าวในภายหลัง ทางด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุมัติวีซ่าให้กับฟลาวีโอ โบลโซนาโรและครอบครัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดประเภทของวีซ่าที่มอบให้ก็ตาม ในขณะเดียวกัน เอดูอาร์โด โบลโซนาโร น้องชายของเขาก็ได้ลี้ภัยทางการเมืองอยู่ในสหรัฐฯ มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 และพี่น้องทั้งสองคนได้โพสต์ภาพถ่ายคู่กันในสหรัฐฯ พร้อมกับถือธงชาติบราซิล
การเคลื่อนไหวของตระกูลโบลโซนาโรไปยังสหรัฐอเมริกาและการพยายามสร้างฐานอำนาจทางการเมืองจากต่างแดน สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงคุกรุ่นในบราซิล แม้ว่าการเลือกตั้งจะสิ้นสุดลงไปแล้ว การอ้างสถานะผู้นำฝ่ายค้านจากต่างประเทศเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองที่มักพบในกลุ่มผู้นำฝ่ายขวาที่สูญเสียอำนาจ เพื่อรักษากลุ่มฐานเสียงและสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันของประธานาธิบดีลูลา ดา ซิลวา ท่ามกลางกระบวนการทางกฎหมายที่ประเทศบ้านเกิดกำลังตรวจสอบพวกเขาอยู่
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น