ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงดอกเบี้ยที่ 3.75-4% ท่ามกลางเศรษฐกิจเติบโตแข็งแกร่ง
เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75-4% ในเดือนตุลาคม 2026 พร้อมเผยตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 เติบโต 3.4% สูงกว่าคาด แต่เงินเฟ้อยังสูงเกินเป้าหมาย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75%-4% ในการประชุมเดือนตุลาคม 2026
- เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาส 3 เติบโตแข็งแกร่ง 3.4% ต่อปี ได้แรงหนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- อัตราเงินเฟ้อในเดือนกันยายนอยู่ที่ 3.7% สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดเนื่องจากราคาพลังงานพุ่งสูง
- กรรมการ 2 ท่าน ได้แก่ Lisa Cook และ Beth Hammack ลงมติให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ 4%-4.25%
ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (Fed) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75% ถึง 4% ในการประชุมล่าสุด ซึ่งจัดขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเพียงไม่กี่สัปดาห์ และเกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางเพิ่งตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปครั้งแรกในรอบสามปีในการประชุมเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยประธานเฟดระบุว่าแม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะยังคงมีความไม่แน่นอน แต่ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่นสูง
การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเอกฉันท์ โดยมีกรรมการ 10 จาก 12 ท่านที่ลงมติให้คงอัตราเดิม ขณะที่ Governor Lisa Cook และ Cleveland Fed President Beth Hammack เป็นสองเสียงที่เห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปอยู่ที่ระดับ 4% ถึง 4.25% เพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ข้อมูลที่เผยแพร่หลังการประกาศของเฟดแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตในอัตรา 3.4% ต่อปีในช่วงไตรมาสที่สามสิ้นสุดเดือนกันยายน ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการเร่งตัวของการลงทุนและการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชนที่พุ่งสูงขึ้นถึง 19.4% ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าเป็นผลมาจากการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อยังคงเคลื่อนไหวอยู่เหนือเป้าหมายของเฟด โดยราคาཕིสินค้าและบริการในเดือนกันยายนปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากราคาเชื้อเพลิงและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามในอิหร่าน ทั้งนี้ เฟดมีเป้าหมายในการรักษาอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ที่ระดับ 2% ต่อปีผ่านนโยบายอัตราดอกเบี้ย
"While inflation remains too high, there are other signs that the economy is moving in the right direction."
The Fed
การคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สะท้อนถึงความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจที่กำลังไปได้ดี โดยเฉพาะการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ในภาคเอกชน การประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 8-9 ธันวาคมนี้ จึงเป็นจุด ้สำคัญที่ตลาดจะจับตาดูท่าทีของเฟดว่าจะกลับมาใช้นโยบายคุมเข้มต่อหรือไม่ หากตัวเลขเงินเฟ้อไม่ลดลงสู่เป้าหมาย
สำหรับการประชุมครั้งถัดไปของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 ธันวาคมนี้ ซึ่งจะมีข้อมูลทางเศรษฐกิจชุดใหม่ออกมาเพิ่มเติมเพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยและเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดในช่วงต้นปีหน้า
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น