Intel ยืนยันชิป Wildcat Lake ราคาประหยัดขายเกลี้ยงสต็อก
ซีอีโอและซีเอฟโอ Intel เผยชิป Wildcat Lake ขายหมดเกลี้ยงท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนแรม พร้อมคาดการณ์ปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำจะยืดเยื้อถึงปี 2027

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ชิป Wildcat Lake ราคาประหยัดของ Intel ขายหมดเกลี้ยงทุกชิ้นที่ผลิตได้
- ปัญหาขาดแคลนแรมดันราคาพีซีพุ่งสูงและจำกัดสเปกเริ่มต้นที่ 8GB
- Intel มองว่าปัญหาหน่วยความจำจะไม่คลี่คลายในปี 2027 และอาจต้องลุ้นต่อในปี 2028
ในระหว่างการประชุมรายงานผลประกอบการล่าสุดของ Intel ซีอีโอ Lip-Bu Tan ได้เปิดเผยว่าความต้องการชิป Wildcat Lake สำหรับคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดนั้นมีมากกว่าปริมาณสินค้าที่มีอยู่ โดยเดวิด ซินส์เนอร์ (David Zinsner) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ Intel ยืนยันว่าชิปดังกล่าวถูกจำหน่ายจนหมดเกลี้ยงแล้ว เนื่องจากความคุ้มด้านต้นทุนตรงกับจังหวะเวลาที่ตลาดต้องการพอดี
กระแสความต้องการชิป Wildcat Lake พุ่งสูงขึ้นในขณะที่อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรม (RAM) และชิ้นส่วนอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชิปกลุ่มนี้ถูกนำไปใช้ในแล็ปท็อป Windows ราคาประหยัดรุ่นใหม่ๆ เช่น Dell XPS 13 และ HP Omnibook 5 14 ซึ่งมักมาพร้อมหน่วยความจำเริ่มต้นเพียง 8GB เท่านั้นเพื่อรักษาเพดานราคาให้เข้าถึงง่าย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เมื่อถูกถามถึงทิศทางความพร้อมของชิ้นส่วนหน่วยความจำ ซินส์เนอร์กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าทางบริษัทไม่ได้รู้สึกมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับสถานการณ์ในปีหน้า และประเมินว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่ได้รับการแก้ไขภายในปี 2027 ก่อนที่จะต้องรอดูกันอีกครั้งในปี 2028 มุมมองดังกล่าวยังมีความหวังมากกว่าการคาดการณ์ของ SK Hynix ที่เชื่อว่าวิกฤตการขาดแคลนแรมจะลากยาวไปจนถึงปี 2030
"Make no mistake, we are not optimistic about next year in terms of memory."
David Zinsner
นอกจากนี้ ลิป-บุ ถัน ยังได้กล่าวถึงภาวะชะลอตัวของความต้องการพีซี โดยระบุว่าอุตสาหกรรมกำลังรับมือกับปัญหาขาดแคลนอุปทานครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ขณะที่ซินส์เนอร์แสดงความเชื่อมั่นว่าตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคฟื้นฟูอีกครั้งในท้ายที่สุด
วิกฤตการขาดแคลนหน่วยความจำและแรมสะท้อนให้เห็นว่า ห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากการแย่งชิ้นส่วนไปผลิตชิป AI ขั้นสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มคอมพิวเตอร์พกพาระดับเริ่มต้นที่พยายามกดราคาให้ต่ำลงท่ามกลางต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น