ปกครองและดีเอสไอเร่งสอบทายาท ‘โจเซฟ’ เล็งฟันนอมินี 19 บริษัท
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เผยนายกรัฐมนตรีลงนามเพิกถอนสัญชาตินายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ พร้อมเร่งตรวจสอบทายาทและ 19 บริษัทที่ถือหุ้นเกินกฎหมาย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รมช.มหาดไทยเผยนายกฯ ลงนามเพิกถอนสัญชาติไทยของนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ เรียบร้อยแล้ว
- กรมการปกครองและดีเอสไอเร่งตรวจสอบทายาทและเครือญาติที่ถือสัญชาติไทยต่อเนื่อง
- พบ 19 บริษัทที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบสัดส่วนการถือหุ้นเพื่อดำเนินคดีนอมินี
- เตรียมอายัดทรัพย์สินและบังคับจำหน่ายหุ้นหากพบทำผิดกฎหมายชัดเจน
กระทรวงมหาดไทยและกรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังเร่งเดินหน้าตรวจสอบกรณีการถือครองธุรกิจของเครือญาติและทายาท หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งเพิกถอนสัญชาติไทยของ นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ผู้นำชุมชนชาวยิว และประธานเครือข่ายชาบัด (Chabad) ในประเทศไทย เนื่องจากตรวจสอบพบว่ายังคงถือสัญชาติอเมริกาอยู่หลังได้รับสัญชาติไทย
เมื่อเวลา 07.45 น. ของวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่าสำนวนคดีดังกล่าวถูกส่งมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษไปยังกรมการปกครอง ซึ่งกระบวนการพิสูจน์ยืนยันความผิดได้เสร็จสิ้นลงแล้ว
จากการขยายผลการตรวจสอบ นายพลพีร์ระบุว่าทางกรมการปกครองกำลังเร่งตรวจสอบกลุ่มทายาทและผู้ที่ได้รับสัญชาติไทยต่อจากนายโจเซฟ เนื่องจากเมื่อตัวบุคคลหลักกระทำความผิดจนถูกเพิกถอนสัญชาติ เจ้าหน้าที่จึงต้องตรวจสอบต่อว่าลูกหลานหรือเครือญาติที่ถือสัญชาติไทยมีความเกี่ยวข้องหรือกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันหรือไม่
การตรวจสอบกลุ่มบริษัทนอมินีและการถือครองหุ้นเกินสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดถือเป็นมาตรการเข้มงวดของภาครัฐในการป้องกันการใช้คนถือสัญชาติไทยเป็นฉากบังหน้าให้ชาวต่างชาติทำธุรกิจต้องห้าม ซึ่งกรณีของเครือข่ายระดับผู้นำชุมชนต่างชาตินี้อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการถือครองธุรกิจในเครือข่ายทั้งหมด หากพบหลักฐานการถือหุ้นแทนอย่างชัดเจน ภาครัฐมีอำนาจตามกฎหมายในการอายัดและบังคับขายหุ้นเหล่านั้นทันที

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของภาคธุรกิจที่เชื่อมโยงกับบุคคลดังกล่าว มีรายงานระบุว่าพบจำนวนบริษัทที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบทั้งสิ้น 19 บริษัท หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการถือครองหุ้นเกินกว่าสัดส่วนที่กฎหมายไทยกำหนด จะดำเนินการตีความว่าเป็นนอมินี พร้อมทั้งดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดด้วยการอายัดทรัพย์สินและบังคับจำหน่ายหุ้นออกไปตามระเบียบ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น