ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด พล.ร.ต.วรพล อดีต บิ๊ก กอ.รมน.

ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พล.ร.ต.วรพล ทองปาน อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4 กรณีตั้งกำลังพลทิพย์เบิกเงินเบี้ยเลี้ยงและค่าเสี่ยงภัยเท็จ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
30 Oct 2026ที่มา: Matichon Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด พล.ร.ต.วรพล อดีต บิ๊ก กอ.รมน.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด พล.ร.ต.วรพล ทองปาน อดีตบิ๊ก กอ.รมน.ภาค 4
  • ตั้งกำลังพลทิพย์เพื่อเบิกจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงและค่าเสี่ยงภัยเป็นเท็จ
  • ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการดำเนินคดีอาญาและส่งหน่วยงานต้นสังกัดลงโทษ

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรงกับอดีตนายทหารระดับสูง หลังพบพฤติการณ์ทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินผ่านโครงการความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ โดยอาศัยช่องโหว่ทางราชการสร้างกำลังพลปลอมขึ้นมาในระบบเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัว

ผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้คือ พล.ร.ต.วรพล ทองปาน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราช หรือ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า โดยมีพฤติการณ์อนุมัติให้มีการใส่ชื่อกำลังพลที่ไม่ปฏิบัติงานจริงลงในบัญชีเบิกจ่ายเงิน

Thailand government building exterior

ภาพโดย Ivan Nedelchev / Unsplash

จากการไต่สวนของ ป.ป.ช. พบว่ามีการนำชื่อกำลังพลทิพย์เหล่านี้ไปยื่นเรื่องเบิกเงินเบี้ยเลี้ยงและเงินค่าเสี่ยงภัยประจำพื้นที่ปฏิบัติการเสี่ยงภัยต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้งบประมาณแผ่นดินที่ควรนำไปใช้ดูแลกำลังพลผู้ปฏิบัติงานจริงต้องรั่วไหลไปสู่กลุ่มผู้กระทำผิด

"ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรง กรณีตั้งกำลังพลทิพย์เบิกงบเบี้ยเลี้ยงและค่าเสี่ยงภัย"

ป.ป.ช.

ความเสียหายจากกรณีดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างภาระงบประมาณแก่รัฐ แต่ยังเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากงบเยียวยาและขวัญกำลังใจถูกทุจริตไปโดยกลุ่มบุคคลที่มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยเสียเอง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

คดีลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการตรวจสอบภายในของหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งมักมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงข้อมูลลับหรือพื้นที่พิเศษ การที่ ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบและชี้มูลความผิดด้วยตนเองจึงเป็นกลไกสำคัญในการปราบปรามการทุจริตเชิงโครงสร้าง และส่งสัญญาณเตือนไปยังเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงให้ระมัดระวังการใช้อำนาจเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดิน

หลังจากนี้ ทางสำนักงาน ป.ป.ช. จะส่งรายงาน เอกสารหลักฐาน และสำนวนการไต่สวนทั้งหมดไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีความประทับใจและมีอำนาจพิจารณาพิพากษา รวมถึงแจ้งผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยตามกฎหมายต่อไป

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้