ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด พล.ร.ต.วรพล อดีต บิ๊ก กอ.รมน.
ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พล.ร.ต.วรพล ทองปาน อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4 กรณีตั้งกำลังพลทิพย์เบิกเงินเบี้ยเลี้ยงและค่าเสี่ยงภัยเท็จ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด พล.ร.ต.วรพล ทองปาน อดีตบิ๊ก กอ.รมน.ภาค 4
- ตั้งกำลังพลทิพย์เพื่อเบิกจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงและค่าเสี่ยงภัยเป็นเท็จ
- ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการดำเนินคดีอาญาและส่งหน่วยงานต้นสังกัดลงโทษ
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรงกับอดีตนายทหารระดับสูง หลังพบพฤติการณ์ทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินผ่านโครงการความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ โดยอาศัยช่องโหว่ทางราชการสร้างกำลังพลปลอมขึ้นมาในระบบเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัว
ผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้คือ พล.ร.ต.วรพล ทองปาน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราช หรือ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า โดยมีพฤติการณ์อนุมัติให้มีการใส่ชื่อกำลังพลที่ไม่ปฏิบัติงานจริงลงในบัญชีเบิกจ่ายเงิน

ภาพโดย Ivan Nedelchev / Unsplash
จากการไต่สวนของ ป.ป.ช. พบว่ามีการนำชื่อกำลังพลทิพย์เหล่านี้ไปยื่นเรื่องเบิกเงินเบี้ยเลี้ยงและเงินค่าเสี่ยงภัยประจำพื้นที่ปฏิบัติการเสี่ยงภัยต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้งบประมาณแผ่นดินที่ควรนำไปใช้ดูแลกำลังพลผู้ปฏิบัติงานจริงต้องรั่วไหลไปสู่กลุ่มผู้กระทำผิด
"ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรง กรณีตั้งกำลังพลทิพย์เบิกงบเบี้ยเลี้ยงและค่าเสี่ยงภัย"
ป.ป.ช.
ความเสียหายจากกรณีดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างภาระงบประมาณแก่รัฐ แต่ยังเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากงบเยียวยาและขวัญกำลังใจถูกทุจริตไปโดยกลุ่มบุคคลที่มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยเสียเอง
คดีลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการตรวจสอบภายในของหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งมักมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงข้อมูลลับหรือพื้นที่พิเศษ การที่ ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบและชี้มูลความผิดด้วยตนเองจึงเป็นกลไกสำคัญในการปราบปรามการทุจริตเชิงโครงสร้าง และส่งสัญญาณเตือนไปยังเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงให้ระมัดระวังการใช้อำนาจเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดิน
หลังจากนี้ ทางสำนักงาน ป.ป.ช. จะส่งรายงาน เอกสารหลักฐาน และสำนวนการไต่สวนทั้งหมดไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีความประทับใจและมีอำนาจพิจารณาพิพากษา รวมถึงแจ้งผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยตามกฎหมายต่อไป
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น