2027 Nissan Rogue Hybrid: ขับขี่ฟีลรถ EV ไร้สายชาร์จ
ระบบ e-Power แบบ series hybrid ของ Nissan ได้รับการปรับแต่งใหม่เพื่อถนนในสหรัฐอเมริกาแล้ว สำหรับรถยนต์รุ่น 2027 Nissan Rogue Hybrid โดยไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Nissan ปรับแต่งระบบ e-Power สำหรับถนนในสหรัฐฯ
- เป็นระบบ series hybrid ที่ให้ฟีลการขับขี่เหมือนรถไฟฟ้า (EV)
- ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟเหมือนรถ EV ทั่วไป
นิสสัน (Nissan) ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญในการนำเทคโนโลยีขุมพลังลูกผสมที่เป็นเอกลักษณ์ของค่ายมาสู่ตลาดรถยนต์ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ โดยมีการปรับจูนระบบขับเคลื่อนแบบซีรีส์ไฮบริด (Series Hybrid) ที่มีชื่อเรียกว่า e-Power ให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานบนท้องถนนจริงในสหรัฐอเมริกามากยิ่งขึ้น ซึ่งการพัฒนาในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การผสมผสานจุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับการใช้งานที่สะดวกสบายของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม
เทคโนโลยี e-Power ของนิสสันนั้นมีความแตกต่างจากระบบไฮบริดทั่วไปในตลาด เนื่องจากล้อรถยนต์จะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีการส่งกำลังจากเครื่องยนต์เบนซินไปยังล้อโดยตรงแต่อย่างใด หน้าที่หลักของเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ติดตั้งมาภายในรถจึงทำหน้าที่เพียงแค่ผลิตกระแสไฟฟ้าส่งไปเก็บไว้ที่แบตเตอรี่และป้อนให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น ทำให้การตอบสนองของคันเร่งมีความฉับไวและให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่เงียบเชียบราบรื่นไม่ต่างจากการขับรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (EV)

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของรถยนต์รุ่นนี้คือผู้ใช้งานจะได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นแรงบิดที่มาทันทีทันใดเมื่อเหยียบแป้นคันเร่ง หรือความเงียบขณะเดินทาง แต่ผู้ขับขี่กลับไม่ต้องเผชิญกับความกังวลใจในเรื่องของสถานีชาร์จไฟฟ้าริมทาง หรือความจำเป็นในการเสียบปลั๊กชาร์จแบตเตอรี่ข้ามคืนแต่อย่างใด เนื่องจากระบบสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เองได้ตลอดเวลาจากการทำงานร่วมกันของน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์ภายในตัวรถ
การนำระบบ e-Power เข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาถือเป็นย่างก้าวสำคัญของ Nissan เนื่องจากตลาดอเมริกาเหนือมีความท้าทายสูงในแง่ของพฤติกรรมการขับขี่ที่ต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลๆ และโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จที่ยังคงอยู่ระหว่างการพัฒนา การนำเสนอรถยนต์ไฮบริดที่ไม่ต้องชาร์จไฟแต่ให้ฟีลลิงก์แบบ EV จึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการลดการใช้น้ำมันและรักษาสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเติมน้ำมันแบบเดิม
การปรับจูนระบบ e-Power ในครั้งนี้จึงเป็นการบ้านชิ้นใหญ่ของวิศวกรนิสสันในการปรับค่าการทำงานให้เข้ากับสภาพการจราจรและความเร็วสูงบนไฮเวย์ของสหรัฐฯ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความต้องการพละกำลังต่อเนื่องและการใช้งานที่สมบุกสมบัน การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่นี้จึงน่าจับตามองอย่างยิ่งว่าจะสามารถแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ขนาดคอมแพคต์ในสหรัฐฯ ได้มากน้อยเพียงใด
ที่มา: Ars Technica
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น