CVI เผยเศรษฐกิจสีชมพูกรุงเทพฯ จ่อโตแตะ 2 หมื่นล้านเหรียญ
รายงาน CVI ชี้เศรษฐกิจความหลากหลายทางเพศในไทยเตรียมพุ่งทะยานสู่ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 พร้อมผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็น Pink Valley ระดับโลก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รายงานเศรษฐกิจสีชมพูฉบับที่ 3 ของ CVI คาดมูลค่าตลาดพุ่งแตะ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2573
- กลุ่มตัวอย่างในแวดวงการเมืองไทย 64% หนุนนายกรัฐมนตรีมีความหลากหลายทางเพศ
- ภาคสุขภาพและเวลเนสเติบโตสูงสุด ขณะที่บันเทิงและครีเอเตอร์ขยายตัวรวดเร็ว
- ผู้บริหาร CVI เสนอตั้งกองทุนสีชมพูเพื่อผลักดันงานวิจัยสู่ Pink Tech อย่างเป็นรูปธรรม
บริษัท แคนวาส เวนเจอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ CVI เปิดเผยผลการศึกษาจากรายงานเศรษฐกิจสีชมพูฉบับที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยประเมินว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับชุมชนความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 10,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะเติบโตเกือบแตะ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ตัวเลขดังกล่าวครอบคลุมเม็ดเงินที่หมุนเวียนผ่านภาคส่วนต่างๆ เช่น โรงแรม คลินิกสุขภาพ อีเวนต์ ร้านค้า และงานสร้างสรรค์ในกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ
ในรายงานฉบับนี้ CVI ได้แบ่งระบบนิเวศทางธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามระดับความก้าวหน้า โดยกลุ่มแถวหน้าประกอบด้วยสุขภาพ สุขภาวะ และประกันภัย เทศกาลและการท่องเที่ยว รวมถึงแฟชั่นและความงาม ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงและมีความก้าวหน้ามากที่สุด ตามมาด้วยกลุ่มเติบโตเร็ว ได้แก่ บันเทิงและทรัพย์สินทางปัญญาเชิงสร้างสรรค์ เศรษฐกิจกะเทย และเศรษฐกิจครีเอเตอร์ ที่กำลังต้องการกลไกสนับสนุนด้านสัญญามาตรฐานและระบบลิขสิทธิ์ และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มฐานราก ได้แก่ สื่อ แพลตฟอร์ม ESG และทรัพยากรบุคคล ที่ทำหน้าที่สร้างความตระหนักรู้และกำหนดนโยบายการรับบุคลากรในองค์กรธุรกิจ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ผลสำรวจในรายงานยังแบ่งออกเป็นสองชุดย่อย โดยชุดแรกคือ 'Pink Politics' ซึ่งสำรวจบุคลากรในแวดวงการเมืองไทย พบว่าร้อยละ 64 ของกลุ่มตัวอย่างสนับสนุนให้ผู้นำรัฐบาลเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศโดยไม่มีเสียงคัดค้าน ขณะที่ชุดที่สอง 'Pink Science' สำรวจกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยไทย พบว่าราว 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามเปิดเผยตัวตนในที่ทำงานอย่างเปิดเผย ทว่ายังมีสัดส่วนถึงร้อยละ 60 ที่ระบุว่าตนไม่ได้ถือครองทรัพย์สินทางปัญญา และยังมองไม่เห็นเส้นทางที่ชัดเจนในการเปลี่ยนผ่านจากงานในห้องปฏิบัติการสู่การจัดตั้งธุรกิจสตาร์ทอัพ
"ประเด็นที่ว่าเศรษฐกิจสีชมพูมีอยู่จริงหรือไม่นั้นผ่านไปแล้ว คำถามที่เหลือคือจะระดมทุนให้อย่างไร ประเทศควรมีกองทุนสีชมพูที่จัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ จะเป็นกลไกเปลี่ยนพรสวรรค์ของนวัตกรผู้มีความหลากหลายของไทยและสร้างอุปสงค์ในเศรษฐกิจสีชมพูให้กลายเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตได้จริง"
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ประธานกรรมการและผู้ร่วมก่อตั้ง CVI
รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุถึงจุดแข็งของกรุงเทพมหานครที่มีความพร้อมรอบด้าน ทั้งบุคลากรในแวดวงศิลปะแดร็ก คาบาเร่ต์ ซีรีส์ สไตลิสต์ และไนต์ไลฟ์ รวมถึงชื่อเสียงระดับโลกด้านบริการข้ามเพศ แต่ช่องทางการขับเคลื่อนทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ อีเวนต์ การดูแลความงาม คอนเทนต์ และอสังหาริมทรัพย์ ยังไม่หลอมรวมเป็นตลาดเดียวกัน CVI จึงมองเห็นโอกาสในการผลักดันให้กรุงเทพฯ ก้าวขึ้นเป็น 'Pink Valley' ศูนย์กลางเศรษฐกิจสีชมพูแห่งแรกของภูมิภาคที่ชัดเจนในนามของเมือง
การผลักดันเศรษฐกิจสีชมพูหรือ Pink Economy ให้เติบโตจนมีมูลค่าระดับ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนว่าความหลากหลายทางเพศไม่ใช่เพียงประเด็นทางสังคมหรือสิทธิมนุษยชนอีกต่อไป แต่ได้กลายมาเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ (Economic Driver) ที่จับต้องได้จริง การผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และการจัดตั้งกลไกสนับสนุนทุนวิจัยอย่างเป็นระบบ เช่น กองทุน Pink Tech จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยยกระดับนวัตกรรมจากหิ้งสู่ห้าง และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทยในเวทีสากล
ด้าน ธนะชัย กุลสมบูรณ์สินธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง CVI เสริมว่า หน้าที่สำคัญในปัจจุบันคือการเชื่อมโยงผู้ประกอบการและนักลงทุนให้เข้ามานั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน เพื่อผลักดันให้ทุน งานวิจัย และนโยบายภาครัฐเคลื่อนตัวไปพร้อมกับความเร็วของภาคธุรกิจ ขณะที่ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สสปน. ระบุว่าความหลากหลายคืออัตลักษณ์สำคัญของไทยที่สามารถต่อยอดไปสู่การจัดอีเวนต์และการท่องเที่ยวระดับนานาชาติได้อย่างยั่งยืน
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น