ตรีรัตน์ จี้ปมโซลาร์ 1 ล้านหลัง ห่วง กฟภ. เป็นคู่แข่ง SME
ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ตั้งคำถามโครงการโซลาร์ประชาชน 1 ล้านหลัง ชี้การไฟฟ้าสวมหมวกสองใบทั้งผู้ติดตั้งและผู้กำกับดูแล อาจสร้างความได้เปรียบและกีดกันผู้ประกอบการ SME

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส จี้รัฐบาลแจงปมโครงการโซลาร์ประชาชน 1 ล้านหลังคาเรือน
- กังวลการไฟฟ้าทำหน้าที่ทั้งผู้ติดตั้งและผู้กำกับดูแลเอง สร้างความขัดแย้งทางผลประโยชน์
- หวั่นทุนผูกขาดและผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาเป็นคนกลางดันต้นทุนพุ่งสูงขึ้น
- เรียกร้องให้เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการ SME และประชาชนเข้าถึงการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ได้ออกมาแสดงความห่วงใยต่อทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะโครงการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาหรือโซลาร์รูฟท็อปสำหรับประชาชนจำนวน 1 ล้านหลังคาเรือน ซึ่งกำลังเป็นที่จับตาของสังคมและภาคธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในขณะนี้
ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาตั้งคำถามคือบทบาทและอำนาจหน้าที่ของการไฟฟ้า ซึ่งอาจควบรวมบทบาททั้งในฐานะผู้ให้บริการติดตั้งระบบเองและหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลกิจการพลังงานไปพร้อมกัน ซึ่งความซ้ำซ้อนในบทบาทนี้อาจนำไปสู่ปัญหาความไม่โปร่งใสและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในตลาด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในมุมมองของภาคธุรกิจพลังงานขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SME มีความกังวลอย่างยิ่งว่าการที่หน่วยงานรัฐลงมาทำธุรกิจแข่งกับเอกชนเสียเอง จะทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากเสียเปรียบทั้งในด้านต้นทุน เงินทุน และอำนาจในการต่อรองกับภาครัฐ นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเรื่องการมีคนกลางเข้ามาผูกขาด ทำให้ต้นทุนรวมในการติดตั้งระบบโซลาร์ของประชาชนแพงขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น
ในเชิงโครงสร้างอุตสาหกรรมพลังงาน การที่หน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) ลงมาทำหน้าที่เป็นผู้เล่นในตลาดเอง (Operator) ถือเป็นความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาลที่นักวิชาการทั่วโลกมักท้วงติง เนื่องจากอาจเกิดการกีดกันทางการค้า (Anti-competitive behavior) และทำให้กลไกราคาบิดเบือน การเปิดเสรีให้ภาคเอกชนและ SME แข่งขันกันด้วยนวัตกรรมและราคาจึงเป็นหัวใจสำคัญในการลดภาระค่าไฟให้ประชาชนอย่างแท้จริง
นายตรีรัตน์ยังได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงรายละเอียดและเกณฑ์การดำเนินโครงการให้เกิดความโปร่งใส เพื่อให้แน่ใจว่านโยบายดังกล่าวจะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยไม่กลายเป็นช่องทางเอื้อประโยชน์ให้กับทุนใหญ่หรือสร้างอุปสรรคกีดกันผู้เล่นรายย่อยในตลาดพลังงานสะอาดของไทย
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น