Alaska Airlines เตรียมปลดพนักงาน 200 ตำแหน่งท่ามกลางผลขาดทุน
Alaska Airlines เตรียมเลิกจ้างพนักงานสำนักงาน 200 ตำแหน่ง หลังเผชิญต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูงและขาดทุน 416 ล้านดอลลาร์ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Alaska Airlines เตรียมปลดพนักงานสำนักงาน 200 ตำแหน่งเพื่อควบคุมต้นทุน
- พนักงานที่ได้รับผลกระทบแบ่งเป็น 148 คนในรัฐวอชิงตันและ 48 คนในฮาวาย
- สายการบินขาดทุน 416 ล้านดอลลาร์ในช่วง 9 เดือน และขาดทุนไตรมาสสาม 147 ล้านดอลลาร์
- นักบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และช่างซ่อมบำรุงจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างครั้งนี้
Alaska Airlines ประกาศแผนปรับลดพนักงานสำนักงานจำนวน 200 ตำแหน่ง เพื่อรับมือกับวิกฤตต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการทางการเงินของสายการบิน โดยการปรับลดกำลังคนในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ตำแหน่งงานส่วนหลังบ้านเท่านั้น
โฆษกของสายการบินยืนยันว่า พนักงานปฏิบัติการแนวหน้า เช่น นักบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน และช่างซ่อมบำรุง จะไม่ถูกเลิกจ้างแต่อย่างใด โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักคือรัฐวอชิงตันจำนวน 148 ตำแหน่ง และรัฐฮาวายอีก 48 ตำแหน่ง จากการเผชิญหน้ากับความผันผวนของราคาพลังงานและแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์
แม้ว่ารายได้รวมของสายการบินในไตรมาสที่ผ่านมาจะเติบโตขึ้นร้อยละ 14 สู่ระดับ 14,300 ล้านดอลลาร์ แต่ Alaska Airlines ก็ยังคงประสบภาวะขาดทุนสุทธิ 147 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สาม ส่งผลให้ยอดขาดทุนรวมในช่วงเก้าเดือนแรกของปีนี้พุ่งสูงถึง 416 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ทางสายการบินยังคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินในไตรมาสที่สี่จะอยู่ระหว่าง 4.65 ถึง 4.85 ดอลลาร์ต่อแกลลอน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความเปราะบางด้านต้นทุนเชื้อเพลิงของ Alaska Airlines ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฐานปฏิบัติการหลักบนชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งขาดแคลนระบบท่อส่งน้ำมันโดยตรง ทำให้ต้องพึ่งพาน้ำมันนำเข้าที่มีราคาสูงกว่าภูมิภาคอื่น ส่งผลให้ทางสายการบินประเมินว่าผลขาดทุนต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้วในปี 2026 จะอยู่ระหว่าง 5 ถึง 5.50 ดอลลาร์
ในมุมมองเชิงวิเคราะห์ การปลดพนักงานสำนักงานและการควบคุมต้นทุนของ Alaska Airlines เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่สายการบินกำลังดำเนินแผนขยายธุรกิจครั้งใหญ่หลังการควบรวมกิจการกับ Hawaiian Airlines เช่น การเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ยุโรปและเอเชีย รวมถึงการเพิ่มที่นั่งชั้นพรีเมียม ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนเพื่อเติบโตในระยะยาวกับการจัดการภาระต้นทุนเชื้อเพลิงที่ผันผวนในพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกซึ่งเสียเปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น