IATA เซอร์ไพรส์แต่งตั้ง Saadia Zahidi นั่งแท่นผู้นำหญิงคนแรกในรอบ 4 ทศวรรษ
สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศเลือกนักเศรษฐศาสตร์จาก WEF ขึ้นกุมบังเหียนแทน Willie Walsh นับเป็นผู้นำหญิงคนแรกและคนนอกวงการการบินคนแรกในรอบ 40 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Saadia Zahidi ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ของ IATA เริ่มทำงาน 1 พฤศจิกายนนี้
- เธอเป็นผู้หญิงคนแรกและคนนอกอุตสาหกรรมการบินคนแรกที่เข้ามานำสมาคมในรอบ 4 ทศวรรษ
- รับไม้ต่อจาก Willie Walsh ที่เตรียมไปรับตำแหน่งซีอีโอของสายการบิน IndiGo ในวันที่ 3 สิงหาคม
สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ประกาศแต่งตั้ง Saadia Zahidi ผู้บริหารระดับสูงและกรรมการจากสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่คนต่อไป โดยเธอจะเข้ามาทำหน้าที่ต่อจาก Willie Walsh และสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ขึ้นนำองค์กรตัวแทนอุตสาหกรรมการบินแห่งนี้ โดย Zahidi จะเริ่มเข้ามารับตำแหน่งในวันที่ 1 พฤศจิกายน ในขณะที่ Walsh จะย้ายไปเริ่มต้นบทบาทใหม่ฐานะซีอีโอของสายการบิน IndiGo ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคมเป็นต้นไป
การเลือกผู้นำในครั้งนี้ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของ IATA เนื่องจาก Zahidi ใช้เวลาทำงานมากกว่าสองทศวรรษที่ WEF ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์และผู้ก่อตั้งศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและสังคมใหม่ โดยที่เธอไม่เคยมีประสบการณ์บริหารสายการบินโดยตรงมาก่อน ซึ่งต่างจากผู้นำในอดีต ทำให้เกิดคำถามในหมู่สมาชิกสายการบินเกี่ยวกับความท้าทายที่เธอต้องเผชิญท่ามกลางความกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี
การดึงผู้บริหารจากองค์กรระดับโลกอย่าง WEF เข้ามาแทนที่ผู้บริหารสายการบินสายเลือดเก่า สะท้อนให้เห็นว่า IATA อาจกำลังปรับกลยุทธ์เน้นการรับมือกับภาพรวมระดับมหภาค เช่น นโยบายสิ่งแวดล้อม ความตึงเครียดทางการค้า และการเจรจาระหว่างประเทศ มากกว่าการจัดการด้านปฏิบัติการบินโดยตรง ซึ่งต้องติดตามดูว่าประสบการณ์ด้านเครือข่ายระดับโลกของเธอจะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้สมาชิกสายการบินปรับตัวได้ดีเพียงใด
ผู้นำคนใหม่จะต้องแบกรับวาระงานอันหนักอึ้งต่อจาก Walsh ซึ่งเคยบริหาร IAG และนำพา IATA ฝ่าวิกฤตโรคระบาดมาได้ โดยเป้าหมายสำคัญประกอบด้วย:
- การจัดการเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ที่กำลังเผชิญความท้าทาย
- การแก้ปัญหาเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) ที่ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 0.8 ของความต้องการเชื้อเพลิงทั้งหมด เทียบกับเป้าหมายร้อยละ 65 ในปี 2050
- การรับมือกับปัญหาความไม่穩定ของน่านฟ้า ความตึงเครียดทางการค้า และข้อพิพาทด้านต้นทุนกับสนามบินและซัพพลายเออร์
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น