Burnham เปิดกว้างคำขอโทษค้าทาส แต่ปัดจ่ายเงินชดเชย
Andy Burnham เปิดรับแนวคิดการกล่าวคำขอโทษประวัติศาสตร์การค้าทาส แต่ยังปฏิเสธการจ่ายเงินเยียวยาทางการเงิน ก่อนร่วมประชุมผู้นำเครือจักรภพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Andy Burnham เปิดรับแนวคิดการกล่าวคำขอโทษประวัติศาสตร์การค้าทาส
- ผู้นำปฏิเสธการจ่ายเงินชดเชยทางการเงินโดยระบุว่าไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง
- ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการประชุมผู้นำเครือจักรภพในแคริบเบียนสัปดาห์หน้า
Andy Burnham ออกมาแสดงจุดยืนต่อประเด็นประวัติศาสตร์การค้าทาส โดยระบุว่าเขามีความเปิดกว้างต่อข้อเรียกร้องให้มีการกล่าวคำขอโทษจากทางสหราชอาณาจักร แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธความคิดเรื่องการจ่ายเงินชดเชยทางการเงิน โดยให้เหตุผลว่าการจ่ายเงินเยียวยาดังกล่าวไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องในการแก้ไขอดีต
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการเดินทางเยือนภูมิภาคแคริบเบียนของสมเด็จพระเจ้า찰스ที่ 3 และก่อนหน้าการประชุมผู้นำเครือจักรภพที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นช่วงที่ชาติในแคริบเบียนได้หยิบยกข้อเรียกร้องให้สหราชอาณาจักรแสดงความรับผิดชอบต่อบทบาทในอดีตผ่านการกล่าวขอโทษและการจ่ายเงินเยียวยาขึ้นมาอีกครั้ง
ประเด็นเรื่องการชดเชยทางประวัติศาสตร์หรือ Reparations ถือเป็นข้อถกเถียงทางการเมืองระหว่างประเทศที่ยาวนาน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างอดีตชาติมหาอำนาจอาณานิคมกับประเทศในกลุ่มเครือจักรภพ การที่ผู้นำระดับสูงแสดงท่าทีเปิดรับเรื่องคำขอโทษแต่ยังคงสงท่าทีเรื่องการจ่ายเงินชดเชย สะท้อนถึงความพยายามในการสร้างสมดุลทางการทูตระหว่างการยอมรับความผิดพลาดในอดีตกับการหลีกเลี่ยงภาระผูกพันทางการเงินมหาศาลที่อาจตามมา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในบทความที่เขียนให้กับสำนักข่าว The Guardian ผู้นำรายนี้ระบุเหตุผลสนับสนุนจุดยืนของตนเองว่า ประชาชนชาวอังกฤษในยุคปัจจุบันไม่ควรต้องแบกรับความรับผิดชอบทางกฎหมายหรือศีลธรรมต่อความผิดพลาดในอดีตอันโหดร้าย ซึ่งเกิดขึ้นในยุคสมัยที่กฎหมายแตกต่างไปจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง และเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ได้มีส่วนร่วมกระทำโดยตรง
"I do not think that British people today can be held liable for historical wrongs, however heinous, that happened in a different age under different laws and in which they played no personal part"
Andy Burnham
ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายดั้งเดิมของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่ไม่เคยมีการกล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการหรือเสนอจ่ายเงินชดเชยสำหรับปัญหาการค้าทาสในอดีต แม้ว่าจะมีเสียงสะท้อนจากแหล่งข่าวในรัฐบาลที่มองว่าแนวทางนี้เหมาะสมในมุมมองศีลธรรม ท่ามกลางบริบทภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ชาติตะวันตกอย่างสหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับการแข่งขันอิทธิพลจากประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซีย
ทางด้านเสียงสะท้อนจากนานาชาติมีความหลากหลาย โดย Mia Mottley นายกรัฐมนตรีบาร์เบโดส ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำที่ผลักดันเรื่องการชดเชย ได้ออกมาขานรับถ้อยแถลงดังกล่าวและระบุว่าพร้อมจะเจรจาด้วยความสุจริตใจเพื่อแสวงหาความยุติธรรมเชิงชดเชย ขณะที่ Denis O'Brien ผู้ก่อตั้ง The Repair Campaign กลับมองว่าท่าทีดังกล่าวยังไม่เพียงพอและน่าผิดหวัง พร้อมจี้ให้รัฐบาลอังกฤษหยุดบ่ายเบี่ยงและกล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการทันที
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น