ข้ามไปเนื้อหาหลัก

อนุทิน ลั่นยังไม่เปิดด่านไทย-กัมพูชา จนกว่าจะได้เงื่อนไขที่คุ้มค่า

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ย้ำจุดยืนในรายการ คุยกับครม.อนุทิน เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2569 ปมปิดด่านไทย-กัมพูชา เมินแรงกดดันการเมือง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
31 Oct 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
อนุทิน ลั่นยังไม่เปิดด่านไทย-กัมพูชา จนกว่าจะได้เงื่อนไขที่คุ้มค่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • อนุทินย้ำจุดยืนยังไม่เปิดด่านไทย-กัมพูชาจนกว่าไทยจะบรรลุเงื่อนไขสำคัญ
  • ชี้การปิดด่านช่วยให้ดัชนีทางเศรษฐกิจดีขึ้นและประชาชนมีความพึงพอใจ
  • ยันไม่เปลี่ยนนโยบายตามแรงกดดันทางการเมืองและยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาผ่านรายการ คุยกับครม.อนุทิน เมื่อเวลา 09.05 น. ของวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2569 โดยระบุว่าทางการไทยยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการเปิดด่านพรมแดนในเวลานี้

ผู้นำรัฐบาลไทยระบุชัดเจนว่า แนวโน้มการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจให้กลับสู่ระดับเดิมยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จนกว่าประเด็นปัญหาข้อพิพาทและข้อเรียกร้องที่ไทยให้ความสำคัญได้รับการแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จและมีความชัดเจนในทุกมิติ

Thailand border checkpoint gate closed

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สำหรับประเด็นหลักที่รัฐบาลไทยหยิบยกขึ้นมาเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนพิจารณาเปิดด่านพรมแดน ประกอบด้วย:

  • การเคลียร์ปัญหาความชัดเจนเรื่องเขตแดนทั้งในส่วนของพื้นที่ทางบกและพื้นที่ทางทะเล
  • การแก้ไขปัญหาแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่มสแกมเมอร์ที่สร้างความเดือดร้อน
  • การยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืน
  • การสกัดกั้นสินค้าเถื่อนและผลผลิตทางการเกษตรผิดกฎหมายลักลอบนำเข้า

นายอนุทินยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงผลกระทบเชิงบวกจากการดำเนินมาตรการปิดพรมแดนที่ผ่านมา โดยระบุว่าตัวเลขดัชนีทางเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่แสดงความพึงพอใจต่อมาตรการดังกล่าว ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องยึดถือความต้องการและความสุขของประชาชนเป็นสำคัญในการตัดสินใจเชิงนโยบาย

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ที่ผ่านมาจากการปิดด่าน ดัชนีทางเศรษฐกิจดีขึ้นหมดประชาชนพึงพอใจ จึงต้องดูตามความปรารถนาของประชาชน และขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มที่จะกลับไปฟื้นฟูความสัมพันธ์ในระดับเดิม หากจะพูดคุยยังมีหลายขั้นตอน เวลานี้เราต้องทำตามใจตัวเราบ้าง"

อนุทิน ชาญวีรกูล

มุมมองและบริบทเพิ่มเติม: การดำเนินนโยบายปิดพรมแดนเพื่อกดดันประเทศเพื่อนบ้านในประเด็นความมั่นคงและอาชญากรรมข้ามชาติ สะท้อนให้เห็นถึงการใช้กลไกทางเศรษฐกิจและพรมแดนเป็นเครื่องมือต่อรองทางการทูต ซึ่งในมุมมองรัฐศาสตร์ การตัดสินใจลักษณะนี้มักสร้างแรงกระเพื่อมทั้งในระดับทวิภาคีและกลุ่มทุนท้องถิ่นที่พึ่งพาการค้าชายแดน ขณะเดียวกันการอิงกระแสความพึงพอใจของประชาชนภายในประเทศช่วยสร้างความชอบธรรมทางการเมืองให้กับรัฐบาลท่ามกลางภาวะแรงกดดันจากฝ่ายตรงข้าม

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ส่งสาส์นเตือนไปยังกลุ่มฝ่ายการเมืองต่างๆ ที่พยายามกดดันให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงจุดยืน โดยยืนยันหนักแน่นว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้เกมการเมืองภายในประเทศอยู่เหนือผลประโยชน์อันชอบธรรมของประเทศชาติอย่างเด็ดขาด และจะเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดินตามแผนงานยุทธศาสตร์ที่ได้วางไว้ต่อไป

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้