อนุทิน ลั่นพร้อมแจงซักฟอก 7-11 ธ.ค.นี้ ปมค่าน้ำชา 7 ล้าน
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันไม่เคยหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมชี้แจงในสภา 7-11 ธ.ค. 2569 ลั่นเตรียมดำเนินคดีคนแชร์ข่าวเท็จค่าน้ำชา 7 ล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันไม่เคยหนีสภาและพร้อมแจงศึกซักฟอก 7-11 ธ.ค. 2569
- โต้เสียงวิจารณ์ภารกิจต่างประเทศ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจและการลงทุนกว่า 1.7 ล้านล้านบาท
- ประกาศดำเนินคดีเด็ดขาดกับผู้แชร์ข่าวเท็จเรื่องค่าน้ำชา 7 ล้านบาทให้หลาบจำ
วันที่ 31 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงผ่านรายการ "คุยกับครม.อนุทิน" เกี่ยวกับกระแสข่าวความเคลื่อนไหวทางการเมืองและการเตรียมตัวเผชิญหน้ากับการอภิปรายไม่ไว้วางใจจากพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งถูกกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 7 ถึง 11 ธันวาคม 2569 นี้ โดยย้ำชัดเจนว่าตนไม่เคยมีพฤติกรรมหลบหนีการตรวจสอบจากสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างใด
นายอนุทินระบุว่า ในความเป็นจริงแล้วตนพร้อมที่จะอยู่รับฟังข้อซักถามและชี้แจงข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้านบนบัลลังก์ในสภาตลอดเวลา แต่เนื่องจากในสัปดาห์ที่ผ่านมาทางพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถตกลงเรื่องกรอบเวลาในการอภิปรายให้ลงตัวได้ แม้ว่าตนจะได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกคนเตรียมตัวและห้ามเดินทางออกนอกประเทศเพื่อรอรับมือไว้แล้วก็ตาม จนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและมีข้อครหาว่ารัฐบาลจงใจหลบเลี่ยงการประชุมสภา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ผู้นำรัฐบาลยังได้ชี้แจงถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจเยือนต่างประเทศว่า การเดินทางไปพบปะกับผู้นำประเทศต่างๆ นั้นสร้างผลประโยชน์มหาศาลให้กับประเทศไทย โดยสามารถดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศได้ถึง 1.7 ล้านล้านบาท การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับบริษัทต่างชาติที่กำลังลังเลว่าจะย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทย พร้อมทั้งพลิกมุมมองของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากเดิมที่มองในแง่ลบให้กลับมามีเสถียรภาพ
"ยืนยันว่าไม่มีเล่นแง่ และการเดินทางไปพบผู้นำประเทศต่างๆ ที่ฝ่ายค้านบอกว่าเดินทางไปต่างประเทศแล้วได้อะไร เวลานี้ได้มา 1.7 ล้านล้านบาท ได้การส่งออกที่เพิ่มขึ้น 20%"
อนุทิน ชาญวีรกูล
ในประเด็นการไม่เข้าประชุมสภาบางวาระ นายอนุทินอธิบายว่าเป็นเพราะติดภารกิจสำคัญ แต่ได้มีการมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยหรือผู้ที่ได้รับมอบนโยบายไปทำหน้าที่ตอบกระทู้แทนตามความเหมาะสมและความรับผิดชอบในข้อกฎหมายเชิงลึกของแต่ละกระทรวงอยู่แล้ว พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าเสถียรภาพของรัฐบาลยังคงมีความแน่นหนา และยึดถือผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นสิ่งสำคัญเหนือกว่าเรื่องการเมือง
การชี้แจงของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์การสื่อสารทางการเมืองเชิงรุก เพื่อควบคุมกระแสข่าวสารก่อนถึงกำหนดการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนธันวาคม การยกตัวเลขทางเศรษฐกิจขึ้นมาหักล้างเสียงวิจารณ์เรื่องการเดินทางต่างประเทศ เป็นความพยายามในการเปลี่ยนจุดโฟกัสจากประเด็นการเมืองไปสู่ผลงานด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ขณะที่มาตรการทางกฎหมายต่อผู้ปล่อยข่าวเท็จเรื่องค่าน้ำชาก็เป็นสัญญาณเตือนเพื่อควบคุมความเสียหายด้านความน่าเชื่อถือของรัฐบาล

ภาพโดย Stem List / Unsplash

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ประเด็นร้อนอีกเรื่องหนึ่งที่นายอนุทินประกาศเอาจริงคือ กรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับเรื่อง "ค่าน้ำชา 7 ล้านบาท" โดยระบุว่าประชาชนมีสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้ตามวิถีทางประชาธิปไตย แต่การกล่าวหาด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จและไร้ซึ่งหลักฐานโดยสิ้นเชิงนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ และได้ตัดสินใจที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดเพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับบทเรียนและหลาบจำ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น