ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Binance ถูกแฮก 6.3 พันล้านดอลลาร์: เกาหลีเหนือตกเป็นผู้ต้องสงสัย

Binance พยายามกู้คืนเงิน 6.3 พันล้านดอลลาร์ที่ถูกขโมยไปในเหตุแฮกครั้งใหญ่ โดย TRM Labs และ Chainalysis ชี้เป้าแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ Lazarus Group อยู่เบื้องหลัง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
31 Oct 2026ที่มา: BBC World3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Binance ถูกแฮก 6.3 พันล้านดอลลาร์: เกาหลีเหนือตกเป็นผู้ต้องสงสัย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • TRM Labs และ Chainalysis ระบุว่า Lazarus Group ของเกาหลีเหนือคือผู้ต้องสงสัยหลัก
  • แฮกเกอร์กวาดเงินไปถึง 6.3 พันล้านดอลลาร์จาก Binance แพลตฟอร์มคริปโตยักษ์ใหญ่
  • Binance เผยว่าสามารถกู้คืนสินทรัพย์ที่ถูกขโมยกลับมาได้แล้ว 80%
  • ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าปัญญาประดิษฐ์อาจถูกนำมาใช้ช่วยในการเจาะระบบครั้งนี้

วงการคริปโตเคอร์เรนซีต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งหลังเกิดเหตุการณ์แฮกแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Binance โดยแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชนชื่อดังทั้ง TRM Labs และ Chainalysis ได้ระบุตรงกันด้วยความมั่นใจระดับสูงว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการนี้คือ Lazarus Group หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า TraderTraitor ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการทางไซเบอร์จากประเทศเกาหลีเหนือ

เหตุการณ์โจมตีครั้งนี้ถือเป็นกรณีล่าสุดในชุดเหตุอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลเปียงยาง โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของผู้นำสูงสุด คิม จองอึน พึ่งพาอาศัยรายได้จากการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์เพื่อนำมาใช้เป็นทุนสนับสนุนประเทศ แม้ว่าทางการเกาหลีเหนือจะออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวมาโดยตลอดก็ตาม

$6.3Bมูลค่าเงินที่ถูกขโมยจาก Binance
80%สินทรัพย์ที่กู้คืนกลับมาได้
cryptocurrency blockchain digital wallet security interface

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในส่วนของวิธีการโจมตี แฮกเกอร์กลุ่มนี้อาศัยช่องโหว่ด้วยการใช้สิทธิ์พิเศษในการเปลี่ยนสถานะกระเป๋าเงินร้อน (hot wallet) ของ Binance ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ให้กลายเป็นระบบที่โอนเงินไปยังผู้โจมตีโดยอัตโนมัติ โดยทาง TRM Labs ประเมินว่าผู้ก่อเหตุน่าจะสามารถเจาะเข้าถึงระบบลงนามคำสั่งของกระเป๋าเงินร้อนได้สำเร็จ ขณะที่ทาง Binance ระบุในตอนแรกว่าอาจเกิดจากการที่แล็ปท็อปของวิศวกรถูกเจาะระบบ ก่อนจะออกมาชี้แจงภายหลังว่ารูปแบบการโจมตีมีความกว้างขวางกว่านั้นมาก

"ผู้โจมตีใช้รูปแบบการฟอกเงินที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน"

Chainalysis

ความเชี่ยวชาญในการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ของเกาหลีเหนือไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนกลับไปเมื่อปีที่ผ่านมา สำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ หรือ FBI เคยระบุว่าเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการขโมยเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์จากแพลตฟอร์ม Bybit รวมถึงเหตุการณ์ขโมยคริปโตมูลค่า 620 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 และเหตุการณ์โจมตีค่ายภาพยนตร์ Sony Pictures เมื่อปี 2014 ซึ่งเป็นการตอบโต้ภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง The Interview ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการลอบสังหารผู้นำคิม จองอึน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

เหตุการณ์แฮกกระดานเทรดระดับโลกในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์จากรัฐชาตินั้นมีความซับซ้อนและพัฒนาไปไกลมากเพียงใด การที่แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบกระเป๋าเงินร้อนและฟอกเงินจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็วแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างการฝึกอบรมบุคลากรด้านไอทีและสงครามไซเบอร์ที่รัฐบาลเกาหลีเหนือลงทุนอย่างเป็นระบบมานานหลายปี รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้เพื่อหาช่องโหว่และอำพรางเส้นทางการเงิน ซึ่งสร้างความท้าทายอย่างยิ่งต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกในการติดตามเอาผิด

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์อันตึงเครียด โฆษกของ Binance ได้เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทสามารถติดตามและรักษาความปลอดภัยให้กับสินทรัพย์ที่ถูกขโมยกลับคืนมาได้แล้วประมาณ 80% ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและติดตามอย่างเร่งด่วน

ที่มา: BBC World

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้