ณัฐพงษ์ จี้รัฐทำคดีเท่าเทียม หลังโฆษกรัฐบาลโพสต์ปมรักชนก
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน โต้โฆษกรัฐบาลเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 69 จี้ให้ดำเนินคดีอย่างเท่าเทียม และมองว่าการฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก มีแรงจูงใจทางการเมือง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ โต้โฆษกรัฐบาลปมปกป้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก
- ตั้งคำถามกรณีนายกรัฐมนตรีเลือกฟ้องร้องเฉพาะบุคคลในขั้วตรงข้ามทางการเมือง
- เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐทำทุกคดีด้วยความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ
- ย้ำบุคคลสาธารณะต้องมีวุฒิภาวะและรับการวิพากษ์วิจารณ์ได้
เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาตอบโต้กรณีที่ นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความแสดงความสงสัยเกี่ยวกับตรรกะในการปกป้องผู้กระทำผิด สืบเนื่องมาจากการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ในวันที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับประเด็นที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ถูกแจ้งความดำเนินคดีหลังแชร์สลิปการโอนเงินปลอมไปยังบัญชีของนายกรัฐมนตรีจากเพจ godd dam
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เหตุการณ์ข่าวสารบนโลกออนไลน์นั้นมีความซับซ้อน มีทั้งผู้ที่จงใจโจมตีและผู้ที่เพียงแต่นำข่าวไปแชร์ต่อ ซึ่งกรณีลักษณะนี้จำเป็นต้องอาศัยการพิจารณาแยกแยะเป็นรายกรณีไป แทนที่จะเหสภาพรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การที่นักการเมืองหรือพรรคฝ่ายค oposición ออกมาตั้งคำถามถึงกระบวนการทางกฎหมายและการดำเนินคดีของฝ่ายบริหาร สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองและการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ โดยประเด็นเรื่องการฟ้องร้องหมิ่นประมาทหรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ระหว่างนักการเมืองและประชาชน มักกลายเป็นข้อถถียงเรื่องการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการใช้อำนาจรัฐอยู่เสมอ
หัวหน้าพรรคประชาชนได้ตั้งคำถามต่อไปยังฝ่ายรัฐบาลว่า หากพิจารณาถึงความเสมอภาคแล้ว ทางนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินคดีกับทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่ามีการเลือกดำเนินคดีเฉพาะกับบางบุคคลเท่านั้น ซึ่งทำให้เกิดข้อสังเกตและคาดเดาได้ว่าอาจมีเรื่องของความขัดแย้งทางขั้วการเมืองอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจดังกล่าว
"ผมว่าคนเป็นนายกฯและนักการเมืองที่เป็นบุคคลสาธารณะ ควรต้องมีวุฒิภาวะ มีน้ำอดน้ำทนมากกว่านี้"
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังได้แสดงความกังวลว่า สถานการณ์ลักษณะนี้อาจส่งผลให้ประชาชนทั่วไปเกิดความหวาดกลัว และไม่กล้าที่จะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผู้มีอำนาจในสังคม พร้อมทั้งเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่ในทุกๆ คดีอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ควรปล่อยให้บางคดีมีความรวดเร็วเป็นพิเศษในขณะที่บางคดีกลับล่าช้าอืดอาด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น