ข้ามไปเนื้อหาหลัก

รีวิว iPhone Duo: ประสบการณ์พกมือถือจอพับใหม่ล่าสุด

ผู้สื่อข่าว TechCrunch ทดลองพก iPhone Duo ไปเที่ยวพักผ่อน 5 วัน เผยความรู้สึกหลังใช้งานจริง ทั้งจุดเด่นความทนทานและข้อจำกัดของแอปพลิเคชัน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
01 Nov 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
รีวิว iPhone Duo: ประสบการณ์พกมือถือจอพับใหม่ล่าสุด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ซาร่าห์ เปเรซ นักข่าว TechCrunch ทดลองพก iPhone Duo ไปเที่ยวพักผ่อนเป็นเวลา 5 วัน
  • ตัวเครื่องมีความทนทานสูง ผ่านการตกกระแทกพื้นคอนกรีตและถูกนั่งทับหลายครั้งโดยไม่เสียหาย
  • พบปัญหาแอปพลิเคชันบางตัวยังไม่รองรับหน้าจอ และแอป Google Search ค้างในโหมด AI
  • ข้อเสียสำคัญคือการไม่มี Face ID และต้องกลับมาใช้ระบบ Touch ID แทน

การตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่มักมาพร้อมกับความท้าทายทางจิตวิทยาเสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องเปลี่ยนจากสมาร์ตโฟนเรือธงหน้าจอใหญ่แบบเดิม มาสู่ดีไซน์ที่แปลกใหม่และทดลองสิ่งใหม่อย่าง iPhone Duo ซึ่งซาร่าห์ เปเรซ นักข่าวสายเทคโนโลยีจาก TechCrunch ได้รับเครื่องตัวอย่างมาจากแอปเปิลเพื่อนำไปทดลองใช้งานจริงในช่วงวันหยุดพักผ่อน 5 วัน โดยเธอตัดสินใจพก iPhone 17 Pro Max เครื่องเดิมติดตัวไปด้วยเพื่อเป็นแผนสำรอง แต่สุดท้ายเธอกลับใช้งานเจ้าเครื่องดูโอตัวนี้มากกว่าที่คิด

ในตอนแรกที่แกะกล่อง เจ้าเครื่องดูโอรุ่นนี้ให้ความรู้สึกที่แปลกตาด้วยรูปทรงที่สั้นและป้อมกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไปที่เธอคุ้นเคยจากการใช้ตระกูล Pro Max มาก่อน เธอยอมรับว่ามีช่วงเวลาที่อยากจะเปลี่ยนกลับไปใช้เครื่องเดิมหลายครั้ง ระหว่างทริป 5 วัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาแอปพลิเคชันขัดข้อง ท่าทางคำสั่งที่ยังไม่คุ้นเคยอย่างการกลับมาใช้ Touch ID รวมถึงความกังวลเรื่องกล้องจนทำให้เธอต้องแบกโทรศัพท์ไปถึงสองเครื่อง

smartphone device dual screen tech gadget

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือความทนทานของตัวเครื่อง เธอยอมรับว่าเป็นคนค่อนข้างซุ่มซ่ามและมักจะใส่โทรศัพท์ไว้ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง ทำให้เผลอนั่งทับมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าขณะเดินเที่ยว นอกจากนี้เธอยังทำโทรศัพท์หล่นโดยอุบัติเหตุถึงสามครั้ง โดยสองครั้งหล่นจากระดับโต๊ะและอีกครั้งตกจากข้างเตียงกระแทกพื้นคอนกรีต กระเบื้อง และพื้นไม้แข็ง แต่หน้าจอและตัวเครื่องก็ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

5วันที่ทดลองใช้งานจริงระหว่างพักผ่อน
3ครั้งที่ทำโทรศัพท์หล่นกระแทกพื้นแข็ง
$2,000ราคาเปิดตัวประมาณการของตัวเครื่อง

แม้จะมีความทนทานที่น่าประทับใจ แต่เธอก็ต้องเจอกลุ่มปัญหาซอฟต์แวร์ที่น่าหงุดหงิดเช่นกัน หน้าจอด้านนอกที่เล็กทำให้ต้องเลื่อนหน้าจออ่านข้อความมากกว่าปกติ แอปพลิเคชันที่ยังไม่ได้รับการปรับแต่งมักจะซ่อนเมนูสำคัญไว้ในปุ่มสามจุด และปัญหาใหญ่ที่สุดคือแอป Google Search มักจะค้างบ่อยครั้งเมื่อเข้าสู่โหมด AI โดยปุ่มย้อนกลับไม่ทำงาน จนต้องใช้วิธีบังคับปิดแอปพลิเคชันเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

“ฉันคิดว่าฉันกำลังจะเปลี่ยนกลับไปใช้อีกเครื่องหนึ่งของฉันแล้ว”

ซาร่าห์ เปเรซ, TechCrunch

ในส่วนของแอปพลิเคชันที่ยังไม่รองรับหน้าจอและปรากฏแถบสีดำด้านข้าง เธอมองว่าเป็นเรื่องของความสวยงามมากกว่าปัญหาในการใช้งานจริง ตัวอย่างเช่น Google Maps แม้จะไม่มีการปรับแต่งพิเศษแต่ก็ยังสามารถใช้งานนำทางและค้นหาสถานที่ได้เป็นอย่างดี ส่วนข้อเสียที่เธอเห็นพ้องกับรีวิวอื่นๆ คือการไม่มีระบบ Face ID ซึ่งเธอมองว่าเป็นจุดด้อยที่สุดของอุปกรณ์ เนื่องจากความสะดวกในการมองหน้าจอเพื่อปลดล็อกนั้นง่ายกว่าการพยายามวางนิ้วบนเซนเซอร์ แม้ว่าเธอจะหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้บ้างด้วยการสวม Apple Watch ก็ตาม

การเปลี่ยนผ่านไปสู่form factor หรือรูปทรงอุปกรณ์พกพาแบบใหม่ๆ มักสร้างแรงเสียดทานในแง่ของพฤติกรรมผู้ใช้เสมอ (User Habits) เช่นเดียวกับการเปลี่ยนผ่านจากยุคปุ่มกดมาสู่จอสัมผัส หรือจากการเปิดตัวสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรกๆ ในอดีต ปัญหาเรื่องแอปพลิเคชันที่ไม่รองรับหรือการเปลี่ยนแปลงระบบยืนยันตัวตนถือเป็นความท้าทายตามวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Lifecycle) ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งนักพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบนิเวศ (Ecosystem) ต้องใช้เวลาในการปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงด้านฮาร์ดแวร์

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้